ข้อมูลสะสมระหว่างวันที่ 9 ก.ย. – 17 ต.ค. 2567 รวมทั้งสิ้น 13 อำเภอ 64 ตำบล 581 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร (52 ชุมชน) โดยราษฎรได้รับผลกระทบเบื้องต้น 56,587 ครัวเรือน เสียชีวิต 14 ราย บาดเจ็บ 3 ราย บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ(เสียหายทั้งหลัง) 208 หลัง ตลาดชุมชนเศรษฐกิจ ได้รับผลกระทบ 2 แห่ง ร้านค้า/สถานประกอบการ 92 แห่ง โรงงานอุตสาหกรรม 19 แห่ง พื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบ 18,587 ไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ 71,948 ตัว (ได้แก่ โค 1,200 ตัว กระบือ 176 ตัว สุกร 91 ตัว แพะ/แกะ 25 ตัว สัตว์ปีก 70,455 ตัว) สัตว์เลี้ยง 322 ตัว (ได้แก่ สุนัข 145 ตัว แมว 154 ตัว และอื่นๆ 23 ตัว) บ่อปลา 1,074.53 ไร่ ด้านสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับผลกระทบ ได้แก่ โรงเรียน 92 แห่ง ถนน 141 จุด คอสะพาน 5 จุด และ รพ.สต. 1 แห่ง
รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งได้เตรียมการมาเป็นอย่างดีทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ พร้อมกำลังพลในการเข้าไปช่วยเหลือ อย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง หลายวัน ทำให้วันนี้ (17 ตุลาคม 2567) ได้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะที่ ได้แก่ อ.เมืองเชียงราย อ.เชียงแสน อ.เชียงของ อ.แม่จัน อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่สาย อ.ดอยหลวง อ.เทิง อ.เวียงแก่น อ.เวียงป่าเป้า อ.แม่สรวย อ.เวียงชัย และอ.แม่ลาว เกิดน้ำท่วมหนักในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ และเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน หากประชาชนต้องการขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุ แจ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สายด่วน 1784
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย รายงานสถานที่เกิดเหตุ/ความเสียหาย/การให้ความช่วยเหลือ (เหตุต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 67 และสถานการณ์ในวันนี้ (17 ต.ค. 67) ดังนี้
การให้ความช่วยเหลือ ประจำวันที่ 17 ต.ค. 2567 จังหวัดเชียงราย ได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี พ.ศ. 2567 เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และจัดหาปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นในการดำรงชีพ ผ่านทางธนาคาร กรุงไทย สาขาเชียงราย เลขที่บัญชี 504-3-23-732-5 ชื่อบัญชี กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี พ.ศ. 2567 โดยสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า ยอดเงินบริจาค ณ วันที่ 16 ต.ค. 67 เวลา 16.30 น. จำนวน 9,782,741.42 บาท
การดำเนินการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยการดำเนินการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย อ.แม่สาย แบ่งพื้นที่ดำเนินการเป็น
2 โซนหลัก 6 โซนย่อย โซนหัวฝาย-สายลมจอย/เกาะทราย/ไม้ลุงขน : กระทรวงกลาโหม โซนเหมืองแดง/เหมืองแดงใต้/ ปิยะพร : กระทรวงมหาดไทย
ศูนย์พังพิงที่ยังคงให้บริการที่พักพิงชั่วคราวอยู่ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พักพิงเทศบาลตำบลแม่สาย ศูนย์พักพิงวัดถ้ำผาจม ศูนย์พักพิงวัดเหมืองแดง
การดำเนินการปิดจุดรอยรั่ว ป้องกันการอุบัติซ้ำ กรมการทหารช่าง ตรวจสอบแนว Big Bag และแนวคันดินป้องกันน้ำ ไม่พบการชำรุด ยังป้องกันน้ำได้ดี และได้ดำเนินการเสริมความแข็งแรงของแนว Big Bag จุดที่ 7 (ท่าเจ้ดาว) โดยขยายช่องทางระบายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายให้ดียิ่งขึ้น /การปฏิบัติอื่นๆ กรมการทหารช่างนำนักเรียนนายสิบเข้าปฏิบัติงานกำจัดดินโคลนออกจากบ้านเรือนประชาชนผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา วางชีทไพล์ 120 ต้น การฟื้นฟูระบบจ่ายน้ำประปา (วันที่ 16 ต.ค. 67) แผนการซ่อมแซมระบบประปา 951 จุด ดำเนินการแล้วเสร็จ 945 จุด (99%) จุดซ่อมคงค้าง 6 จุด (1%)
การจ่ายน้ำเข้าพื้นที่ กปภ. สาขาแม่สาย ภาพรวมจ่ายน้ำครอบคลุมพื้นที่บริการ 100% แต่อาจมีบางพื้นที่ที่น้ำประปาไหลอ่อน เนื่องจากมีอัตราการใช้น้ำสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการใช้น้ำเพื่อล้างบ้านเรือนประชาชน ประกอบกับมีท่อแตกท่อรั่วเป็นจำมากจากการใช้เครื่องจักรและขุดลอกรางระบายน้ำ ส่งผลให้แรงผลักดันน้ำไม่เพียงพอ และยังมีบางพื้นที่ที่ต้องหยุดจ่ายน้ำชั่วคราวเพื่อปิดน้ำซ่อมท่อขนาดใหญ่
การจ่ายน้ำโดยรถบรรทุกน้ำ กปภ. จำนวน 2 คัน เติมน้ำลงถังสถานีวัดถ้ำผาจม
การประปานครหลวง สนับสนุนรถบริการน้ำดื่มเคลื่อนที่(น้ำดื่มบรรจุถุง) เพื่อให้บริการประชาชนที่พำนัก ณ ศูนย์พักพิง บริเวณหน้าวัดพรหมวิหาร และวัดเหมืองแดง พร้อมทีมช่างประปาอาสา ชุดที่ 4 สนับสนุนการปฏิบัติงานของ กปภ.สาขาแม่สาย และได้เตรียมรถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่ โดยใช้กระบวนการผลิตน้ำด้วยระบบ RO และมีระบบฆ่าเชื้อโรคด้วย UV สามารถผลิตน้ำได้ 1,500 ลิตรต่อชั่วโมง นำมาบริการผู้ประสบภัยพื้นที่อำเภอแม่สาย ในระยะถัดไป
การฟื้นฟูระบบจ่ายไฟฟ้า
ผู้ใช้ไฟที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2567 จำนวน 13,111 ราย ผู้ใช้ไฟมีไฟใช้แล้ว 12,268 ราย คงค้างจำนวน 843 ราย แยกเป็น บ้านยังไม่พร้อมรับไฟ (มิเตอร์มีไฟแล้ว)จำนวน 727 ราย
มิเตอร์ยังไม่มีไฟเนื่องจากยังไม่สามารถเข้าทำงานได้ 116 ราย (พื้นที่ตลาดสายลมจอย) เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ถ้ำผาจมจุดที่ระบบจำหน่ายถูกน้ำพัดสูญหายพร้อมบ้านเรือน ทำการปักเสาและจ่ายไฟเรียบร้อยแล้ว
กฟภ. กำหนดจัดกิจกรรม “มหกรรมฟื้นฟูระบบไฟฟ้าที่อยู่อาศัยเพื่อประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.แม่สาย” ระหว่างวันที่ 15 -17 ตุลาคม 2567 เพื่ออำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สาย
วันที่ 17 ต.ค. 2567 นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย และดินถล่ม จังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิในการเดินเรือ การใช้น้ำอย่างเป็นธรรม การบำรุงรักษาและการอนุรักษ์ทางเดินปัจจุบันของน้ำในแม่น้ำสาย - แม่น้ำรวก โดยมีรองประธาน จากกรมสนธิสัญญา, กรมอุกทกศาสตร์, รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย , นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย, ผอ.สำนักงานเจ้าท่าส่วนภูมิภาคสาขาจังหวัดเชียงราย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ อ.แม่สาย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือระหว่างหน่วยงานในคณะอนุกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิในการเดินเรือ การใช้น้ำอย่างเป็นธรรม การบำรุงรักษาและการอนุรักษ์ทางเดินปัจจุบันของน้ำในแม่น้ำสาย - แม่น้ำรวก และกรมสนธิสัญญา ในประเด็นเรื่องการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างที่ลุกล้ำลำน้ำสาย ซึ่งภายในที่ประชุมคณะอนุกรรมการ ได้มีมติเห็นชอบการจัดตั้งคณะทำงานที่จะเข้ามาสำรวจพื้นที่ พร้อมสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบ เพื่อพิจารณาสร้างพนังกั้นน้ำตั้งแต่บริเวณ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ถึงถ้ำผาจม ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร หลังจากนี้ จะมีการนำมติในที่ประชุม และข้อมูลที่ได้สำรวจนำเสนอต่อ คณะกรรมการร่วมไทย-เมียนมา เกี่ยวกับเขตแดนคงที่ช่วงแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก (ฝ่ายไทย) ที่จะมีการจัดการประชุมขึ้นในเดือนธันวาคม
ที่จะถึงนี้ เพื่อหารือการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อ.แม่สาย และเป็นการวางแผนระยะยาวในการแก้ไขปัญหาอุกภัยในพื้นอำเภอแม่สาย อาทิเช่น การขุดลอกแม่น้ำสาย การแก้ไขปัญหาสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแม่น้ำสายทั้งสองฝั่ง รวมถึงการออกแบบแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในอนาคตต่อไป
การดำเนินการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย อ.เมืองเชียงราย
การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังชุมชนทวีรัตน์ เขตเทศบาลนครเชียงราย (วันที่ 17 ตุลาคม 2567)
กรมการทหารช่าง นำเครื่องจักรกลปรับพื้นที่ เปิดทางที่เป็นโคลนเหนียว ในพื้นที่ซอยทวีรัตน์ 5/3 เพื่อทำทางให้เครื่องจักรกลขนาดเล็กเข้าสู่พื้นที่ได้ ปัจจุบันดำเนินการเข้าไปแล้วประมาณ 400 เมตร และเปิดเส้นทางลึกไปจนถึงท้ายซอย ผลการดำเนินงานคิดเป็น 100% โดยพบอุปสรรคในการทำงานคือ โคลนจากการปฏิบัติงานไหลมากองบริเวณกลางซอยเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องนำเครื่องจักรกลเล็กมาเปิดเส้นทางอีกครั้ง
สมาชิก อส. จาก บก.อส.ส่วนกลาง จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดราชบุรี จังหวัดเชียงราย จำนวน 190 นาย ร่วมกับเรือนจำกลางลำปาง ทหารจากกรมการทหารช่าง กอ.รมน.จ.ชร. ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงราย ผู้นำชุมชน และเลขานุการสมาชิกสภาผุ้แทนราษฎร เข้าเคลียร์บ้านเรือนประชาชน โดยแบ่งการดำเนินการ ดังนี้ บ้านเป้าหมาย 18 หลัง กรมการทหารช่างและ มทบ.37 รับดำเนินการ 7 หลัง (เสร็จสิ้น 1 หลัง/ อยู่ระหว่างดำเนินการ 3 หลัง /รอดำเนินการ 3 หลัง) บก.อส. ร่วมกับเรือนจำกลาง รับดำเนินการ 8 หลัง (เสร็จสิ้น 1 หลัง/ อยู่ระหว่างดำเนินการ 6 หลัง /รอดำเนินการ 1 หลัง) ไม่สามารถติดต่อเจ้าของบ้านได้ 1 หลัง (มอบ บก.อส. ประสานติดต่อเจ้าของ) เจ้าของบ้านไม่ประสงค์ให้ดำเนินการ 2 หลัง พื้นที่นอกเขตเทศบาลนครเชียงราย : หน่วยรับผิดชอบ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้แก่ ตำบลแม่ยาว บ้านป่าอ้อใหม่ หมู่ที่ 5 ซอยทวีรัตน์ (พื้นที่คาบเกี่ยวกับชุมชนทวีรัตน์ เขตเทศบาลนครเชียงราย) กรมการทหารช่าง นำเครื่องจักรกลปรับพื้นที่ เปิดทางที่เป็นโคลนเหนียว ในพื้นที่ซอยทวีรัตน์ 5/3 เพื่อทำทางให้เครื่องจักรกลขนาดเล็กเข้าสู่พื้นที่ได้ ดำเนินการเปิดเส้นทาง 400 เมตร และเปิดเส้นทางลึกไปจนถึงท้ายซอย ผลการดำเนินงานคิดเป็น 100% ตำบลดอยฮาง บ้านผาเสริฐพัฒนา หมู่ที่ 6 บริเวณบ่อน้ำพุร้อนผาเสริฐ ดำเนินการล้างอาคาร สระน้ำพุ กำจัดดินโคลนและปรับพื้นที่ ตำบลริมกก บ้านเมืองงิม หมู่ที่ 4 ภาพรวมผลการดำเนินการฉีดล้างทำความสะอาดบ้านเรือน 95% (ที่เหลือหมู่บ้านดำเนินการเอง) อยู่ระหว่างซ่อมพนังกันน้ำวางบิ๊กแบ็ค ทำทางชั่วคราว ต.รอบเวียง บ้านป่างิ้ว หมู่ที่ 4 (หาดเชียงราย) ภาพรวมผลการดำเนินการ 65% ขนย้ายดินดินโคลน เก็บขยะ ทำความสะอาดร้านค้า 32 หลัง บ้านที่อยู่อาศัย อบต.รอบเวียง ได้เข้าดำเนินการฟื้นฟูเรียบร้อยแล้วคงค้างขยะบ้านเรือน ต.นางแลบ้านเด่น หมู่ที่ 5 ทำพนังกั้นน้ำ (พนังดิน) 1 จุด ผลดำเนินการ 100% ต.ห้วยชมภู ถ.บ้านจะคือ หมู่ที่10 เส้นทางไปบ้านแม่สลัก หมู่ที่ 9 อยู่ระหว่างปรับเกลี่ยดิน เปิดใช้เส้นทาง
การก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์ให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม กรณีบ้านถูกน้ำพักเสียหายทั้งหลัง
ตามโครงการ “โครงการบ้านร่วมใจ” ในพื้นที่ตำบลแม่ยาว ตำบลริมกก และตำบลดอยฮาง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เป้าหมายรวม 32 หลัง ดำเนินการโดยเรือนจำกลางจังหวัดเชียงราย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 17 ต.ค. 67
การกำจัดเศษวัสดุ ขยะ และดินโคลนตามเส้นทาง จุดพักขยะจำนวน 7 จุด ปริมาณขยะ 45,783 ตัน
เทศบาลนครเชียงราย ดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชน ดังนี้ ให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมเบื้องต้น ครอบครัวละ 2,500 บาท มอบไปแล้ว 7,663 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 19,157,500 บาท
เยียวยาตาม มติ ครม. เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2567 มอบไปแล้ว 3,690 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 18,450,000 บาท
คงเหลืออีก 4,738 ครัวเรือน ถุงยังชีพ (เทศบาลจัดซื้อและมีผู้นำมาบริจาค) จำนวน 12,000 ชุด เป็นเงิน 1,300,000 บาท จัดจ้างทำข้าวกล่องแจกจ่ายผู้ประสบภัย 125,000 กล่อง เป็นเงิน 6,250,000 บาท
การฟื้นฟูระบบจ่ายไฟฟ้า ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย ผู้ใช้ไฟ มีไฟฟ้าพร้อมใช้งาน โดย กฟภ.จังหวัดเชียงราย ได้จัดทำแผนฟื้นฟูฯ รองรับ ผู้ใช้ไฟตกหล่นหลังจากโครงการ PEA ฟื้นฟู ห่วงใย ความปลอดภัยประชาชน เริ่มสำรวจและเข้าบริการประชาชน เบื้องต้นเป้าหมาย 60 ราย ปัจจุบันดำเนินการให้กับผู้ใช้ไฟ สะสมจากวันที่ 9 ตุลาคม 2567 จำนวน 23 ราย
การดำเนินการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย อ.เวียงป่าเป้า
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง ร.17 พัน.3 ภาคเอกชน และราษฎรในพื้นที่ ร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบ้านห้วยหินลาด (หย่อมบ้านห้วยทรายขาว) หมู่ที่ 7 ต.บ้านโป่ง โดยในวันนี้
(วันที่ 17 ต.ค. 67) ได้นำกำลังพลเข้าทำการรื้อถอนบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหาย
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาเวียงป่าเป้า ซ่อมแซมระบบจ่ายไฟให้กับครัวเรือนในพื้นที่กดังนี้
หย่อมบ้านห้วยไม้เดื่อ บ้านดงหล่ายหน้า หมู่ที่ 7 ต.เวียง ก่อสร้างระบบและจำหน่ายไฟคืน 100% แล้ว เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567
หย่อมบ้านห้วยทรายขาว บ้านห้วยหินลาด หมู่ที่ 7 ต.บ้านโป่ง อยู่ระหว่างดำเนินการกู้ระบบไฟฟ้าโดยเร่งด่วน เบื้องต้นได้นำเครื่องจ่ายกระแสไฟฟ้าสำรองขนาด 25 KW จ่ายไฟให้ราษฎรใช้ในพื้นที่ จำนวน 25 ครัวเรือน จาก 44 ครัวเรือน เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค.67 (จ่ายไฟระหว่าง 18.00 น.-23.59 น. ของทุกวันจนกว่าจะกู้ระบบไฟฟ้าได้แล้วเสร็จ)
การซ่อมแซมเส้นทางคมนาคม แขวงทางหลวงชนบทเชียงราย อยู่ระหว่างดำเนินการนำเครื่องจักรปรับเกลี่ยดินบริเวณดินสไลด์ทับเส้นทาง หย่อมบ้านสามกุลา บ้านแม่ปูนหลวง หมู่ที่ 8 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า
แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 พร้อมด้วยศูนย์สร้างทางลำปางและบริษัทเอกชน ให้ดำเนินการเปิดเส้นทาง จากดินสไลด์ทางหลวงหมายเลข 1150 ตอน ขุนแจ๋ - เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ไปยัง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ จำนวน 32 แห่ง สามารถ สัญจรผ่านได้แล้ว 2 ช่องจราจร เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 67
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย รถประกอบอาหารเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัยอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 67 เป็นต้นมา โดยมีกำหนดดำเนินการถึงวันที่ 30 ต.ค. 67 สำหรับวันที่ 17 ต.ค. 67 ประกอบอาหารจำนวน 2 มื้อ 3,280 กล่อง
กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน ได้ส่งกำลังพล สมาชิก อส. จากส่วนกลาง และร้อย อส.จ. จาก 36 จังหวัด กองบังคับการจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 1,462 นาย ปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูบูรณะพื้นที่ประสบอุทกภัยและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2567 เป็นต้นไป จนกว่าจะสิ้นสุดภารกิจ รายละเอียดการปฏิบัติงาน ประจำวันที่ 17 ต.ค. 67 มีดังนี้
อ.แม่สาย จ่ายกำลังพล 377 นาย จาก 13 จังหวัด ดำเนินการในพื้นที่บ้านเหมืองแดงใต้
บ้านเหมืองแดง และหมู่บ้านปิยะพร เป้าหมาย 314 หลัง
อ.เมืองเชียงราย จ่ายกำลังพล 300 นาย จาก 7 จังหวัด ดำเนินการในพื้นที่ในเขตเทศบาลนครเชียงราย (จุดชุมชนทวีรัตน์, จุดโรงเรียนเทศบาล 6 นครเชียงราย , จุดครัวอาคาร GMS และจุดรับบริจาคศูนย์ ปภ. เขต 15 เชียงราย) รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเทศบาลนครเชียงรายและพื้นที่สาธารณะ
การสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยด้านปฏิบัติการ (อุทกภัย) และกำลังพล ของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ประจำวันที่ 17 ต.ค. 67 ดังนี้
ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ เขต 8 กำแพงเพชร เขต 9พิษณุโลก เขต 10 ลำปาง เขต 11 สุราษฎร์ธานี และเขต 15 เชียงราย นำรถบรรทุก 6 ล้อ 6 ตัน รถบรรทุกเทท้าย
รถหัวลากพร้อมหางลาก รถตีนตะขาบ รถตักอเนกประสงค์ รถกู้ภัย(ยกล้อสูง) รถขุดตักไฮดรอลิค แขนสั้น และแขนยาว ทำการขุดตัก ขนย้ายดิน โคลน เศษวัสดุในเขตอำเภอแม่สาย และปรับเกลี่ยจุดทิ้งดิน อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก นำรถบรรทุกน้ำดับเพลิงขนาด 10,000 ลิตร และรถบรรทุกน้ำอเนกประสงค์ ขนาด 12,000 ลิตร ไปส่งน้ำให้ประชาชนหมู่บ้านกิจโพธิ์ทอง ,บ้านเมืองงิม ม.4 ต.ริมกก และบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย ต.สันทราย อ.เมือง จ.เชียงราย
ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย สนับสนุนยานพาหนะและเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติภารกิจ ดังนี้
นำรถประกอบอาหาร และรถผลิตน้ำดื่ม ไปให้บริการประกอบอาหารกลางวัน และอาหารเย็นสำหรับกำลังพล กองร้อย อส. ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย
นำรถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย บรรทุกสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากศูนย์รับบริจาค นำส่งให้กาชาดอำเภอแม่สาย และอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย บรรเทาความเดือดร้อนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ประสบภัยน้ำท่วม
ตามมาตรการ “PEA บรรเทาความเดือดร้อนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ประสบภัยน้ำท่วม ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคะวันออกเฉียงเหนือ” ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 กันยายน 2567 เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ที่อยู่ในพื้นที่ที่หน่วยงานราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย สำหรับค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายนและเดือนตุลาคม 2567 เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับผู้ประสบภัย โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ไม่เรียกเก็บค่าไฟฟ้า เดือนกันยายน 2567 กรณีชำระแล้ว PEA จะดำเนินการคืนเงินโดยนำไปหักลดจากค่าไฟฟ้าเดือนถัด ๆ ไป ให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าร้อยละ 30 ก่อนคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ในเดือนตุลาคม 2567
ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ด (ไม่รวมส่นราชการและรัฐวิสาหกิจ)) ที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่ที่หน่วยงานราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัยอยู่ในช่วง 1 - 31 ตุลาคม 2567 ค่าไฟฟ้าประจำเดือนตุลาคม 2567 ได้รับส่วนลดค่าไฟฟ้าไฟฟ้าร้อยละ 30 โดยกำหนดให้เป็นส่วนลดก่อนการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 1669 PEA Contact Center หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ ศูนย์พักพิง ที่ยังเปิดศูนย์ฯ ให้บริการที่พักพิงชั่วคราวอยู่ ณ วันที่ 16 ต.ค. 67 รวมทั้งสิ้น 3 แห่ง ในพื้นที่อำเภอแม่สายทั้งหมด ได้แก่ ศูนย์พักพิงเทศบาลตำบลแม่สาย, ศูนย์พักพิงวัดเหมืองแดง และศูนย์พักพิงวัดถ้ำผาจม มูลนิธิสมาคมกู้ชีพกู้ภัย อาสาสมัคร จิตอาสาภาคประชาชน ร้านค้า/ผู้ประกอบการ สนับสนุนปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย ให้ที่พักพิงชั่วคราว มอบอาหารปรุงสำเร็จ ถุงยังชีพ ตลอดจนงานฟื้นฟูและกู้พื้นที่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาและโรงเรียนในเครือ ดำเนินโครงการศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน Fix It Center
ตั้งจุดบริการและจัดชุดเคลื่อนที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยจะช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ รวมถึงยานพาหนะที่เสียหาย เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. - 15 ต.ค. 67
ช่างซ่อมจิตอาสา ช่างซ่อมจิตอาสาจังหวัดสมุทรปราการ นำโดยช่างเต้ วัดด่าน ตั้งศูนย์ช่วยซ่อมจักรยานยนต์ที่โดนน้ำท่วม ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 3 - 15 ต.ค. 2567 ณ ศูนย์การเรียนรู้ อบจ.เชียงราย สี่แยกศูนย์ราชการ
นายอภิวัฒน์ เรืองโรจ และนายสุวิทย์ ขวัญแก้ว สองพี่น้องใจบุญ ที่ขับรถจักรยานยนต์มาจากกรุงเทพมหานครเพื่อช่วยซ่อมรถให้ชาวเชียงรายฟรี โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุอุทกภัย และตั้งใจอยู่ช่วยต่อจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ณ จุดรับซ่อมบริเวณหน้าศูนย์ยามาฮ่าสามแยกทางเข้าวัดฝั่งหมิ่น พิกัด : https://maps.app.goo.gl/fR3Y8Jt11D9BtMGVA
วันที่ 17 ก.ย. 67 ทภ.3 จัดตั้ง ศบภ.ทภ.3 ส่วนหน้า ณ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เพื่ออำนวยการประสานงานการให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยทหารทุกหน่วย ในพื้นที่ อ.แม่สาย จนถึงปัจจุบัน
กองบัญชาการกองทัพไทย จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ณ โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย
อบจ.เชียงราย ให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้านดำรงชีพ ดังนี้ ค่าใช้จ่ายด้านดำรงชีพ ได้แก่ค่าเครื่องนุ่งห่ม รายละไม่เกิน 1,100 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท ค่าเครื่องครัวและอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 3,500 บาท
ค่าเครื่องนอน รายละไม่เกิน 1,000 บาท
หลักฐานที่ต้องเตรียม ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของเจ้าของบ้านที่ประสบภัย รูปภาพความเสียหาย กรณีผู้เช่า แนบเอกสารสัญญาเช่า การขอรับความช่วยเหลือ ผ่าน อบต. หรือ ทต. ที่ประสบภัย ในวันและเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.เชียงราย
ฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย โทร. 053175329 หรือ 053175333 ต่อ 1402 ในวันและเวลาราชการ ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 17 - 30 ก.ย. 2567 ขยายเวลาถึงวันที่ 18 ต.ค. 67
การปฏิบัติงานฟื้นฟูบูรณะ และกู้คืนพื้นที่ของจิตอาสาราชทัณฑ์ (จอส.รท.) และเจ้าหน้าที่สังกัดกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ประจำวันที่ 17 ต.ค. 67 17 ตุลาคม 2567 นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงราย กล่าวว่า ภายใต้นโยบาย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายสหการณ์ เพชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ โดยการสนับสนุนกำลังจากเรือนจำ/ทัณฑสถาน เขต 5 (เรือนจำจังหวัดลำพูน/เรือนจำจังหวัดพะเยา/ทัณฑสถานบำบัดลำปาง/เรือนจำอำเภอแม่สะเรียง/เรือนจำกลางลำปางและเรือนจำอำเภอฝาง) มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฯ จำนวน 16 นาย นำผู้ต้องขังจิตอาสาราชทัณฑ์ร่วมสนับสนุนกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ (ในรูปแบบ CSR) บรรเทาภัยน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย จำนวน 78 คน ในแต่ละจุด ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ดังนี้
ภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ปรับภูมิทัศน์ ขนย้ายสิ่งของ ล้างทำความสะอาดสิ่งของเปื้อนโคลน จำนวน 7 จุด ได้แก่ บ้านนายประสิทธิ ใจใส่ เลขที่ 128/128 หมู่ที่ 3 ซอย 5/3 ต.ริมกก บ้านนางยุพา แมลงภู่ เลขที่ 406 หมู่ที่ 22 ชุมชนแควหวาย ต.รอบเวียง บ้านนายโยธิน บัวใจ เลขที่ 16 หมู่ที่ 22 ซ.4 บ้านแควหลาย ต.รอบเวียง บ้านนางพาทินี สุขะเนนย์ เลขที่ 64 หมูที่ 4 บ้านโป่งนาคำ ต.ดอยฮาง บ้านคุณรัตนา สันอุ้ม บ้านเลขที่ 151 หมู่ที่ 21 ซอย 3 ชุมชนเกาะลอย ตำบลรอบเวียง บริเวณรอบวัดฝั่งหมิ่น ต.ริมกก ซ่อมแซมบ้านนายอามือ เม่อแล ม.2 บ้านรวมมิตร และนายทองคำ ยี่บรา ม.2 บ้านรวมมิตร ต.แม่ยาว
ภารกิจดำเนินการก่อสร้างบ้านน็อคดาวน์ นางส่าดิ แปะแฮ บ้านเลขที่ 747 หมู่ที่ 2 บ้านรวมมิตร ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
ปฏิบัติการดูดโคลนเลนที่อุดตันบริเวณท่อระบายน้ำ ตามตรอก ถนน และจุดต่าง ๆ ที่กีดขวาง
ทางระบายน้ำพื้นที่ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ในเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงราย และอำเภอแม่สาย ดังนี้ การปฏิบัติงาน ของรถดูดเลน กทม. ในพื้นที่ อ.แม่สาย แบ่งออกเป็น 2 ทีม ดังนี้ ชุดที่ 1 จำนวน 2 คัน ซอยโรงเรียนบ้านลุงขน ได้ระยะทาง 200 เมตร ปริมาณดินโคลน 105 ลูกบาศก์เมตร ชุดที่ 2 จำนวน 2 คัน ซอยเหมืองแดงซอย 6 ได้ระยะทาง 300 เมตร ปริมาณดินโคลน 140 ลูกบาศก์เมตร
รวม 245 ลูกบาศก์เมตร
รถตักหน้าขุดหลัง jcb สนย. จำนวน 2 คัน ตักเศษวัสดุ,ดินเลน ใส่รถบรรทุกเทท้ายได้ 23 เที่ยว รถสูบน้ำเคลื่อนที่โมบายยูนิต กทม. เจ้าหน้าที่โมบายยูนิคได้ดำเนินการติดตั้งรถสูบน้ำเคลื่อนที่ จำนวน 1 คัน เครื่องสูบน้ำไฟฟ้า ขนาด 8 นิ้ว จำนวน 1 เครื่อง สูบจากบริเวณซอยไม้ลุงขน ได้ปริมาณน้ำ 220 ลูกบาศก์เมตรรถบรรทุกน้ำ สสล.กทม. รถน้ำ 6 คัน คันละ 2 เที่ยว รวม 12 เที่ยว
อบจ.สมุทรปราการ รถดูดโคลน จำนวน 2 คัน ปฏิบัติหน้าที่ คันที่ 1 หน้างานเหมืองแดงซอย 8 ดูดโคลนประมาณ 16 ลบ.ม. คันที่ 2 หน้างานเกาะทรายซอย 4 ดูดโคลนประมาณ 16 ลบ.ม. รถน้ำ 3 คัน สนับสนุนน้ำให้กับรถดูดโคลนของทาง อบจ.สมุทรปราการ
เทศบาลนครรังสิต ปทุมธานี รายงานผลปฏิบัติงานดูดโคลนเลน รถน้ำ 12,000 ลิตร เข้าปฏิบัติงาน ณ ซอยสันติ
บริษัท วอชแอนด์โก Code Clean ให้บริการ ซัก อบ ผ้า น้ำยา ฟรี แก่ผู้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม
ตลอด 24 ชั่วโมง และเปิดให้บริการจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จำนวน 3 จุด ได้แก่ ณ ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย หรือลานรัชกาลที่ 5 (ศาลากลางจังหวัดหลังแรก) ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. 67 เป็นต้นมา ถึงปัจจุบัน ณ สถานีดับเพลิงเทศบาลนครเชียงราย หน้าวัดดงหนองเป็ด ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย. 67 เป็นต้นมา
ถึงปัจจุบัน หน้ามูลนิธิสยามเชียงราย สำนักงานใหญ่ จุด 5 แยก พ่อขุนฯ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 67 เป็นต้นมา
ถึงปัจจุบัน
งานบริการถ่ายบัตรประชาชน : กรมการปกครอง โดยส่วนบัตรประจำตัวประชาชน ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค และอำเภอแม่สาย ขยายระยะเวลางานบริการถ่ายบัตรประชาชน จากเดิมตั้งแต่วันที่ 19 - 30 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 08.30 - 17.00 น. ขยายระยะเวลาออกไปตั้งแต่วันที่ 1 - 31 ตุลาคม 2567 ในวันและเวลาราชการ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลแม่สาย ชั้น 2 งานทะเบียนราษฎร์
วันที่ 17 ต.ค. 67 พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะ
ที่ปรึกษา ศปช. (ส่วนหน้า) พร้อมคณะทำงาน ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานฟื้นฟูกู้พื้นที่ โดยได้ตรวจเยี่ยมและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย ในพื้นที่ บ้านแม่ปูนหลวง และบ้านสามกุลา ม.8 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประเมินผลการแก้ไขสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งได้ติดตามความคืบหน้า การแก้ไขเส้นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้านที่ถูกดินสไลด์เข้าปิดทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้าน โดย รมช.กลาโหม ได้สั่งการให้ทหารช่างนำเครื่องจักร พร้อมประสาน ทางหลวงชนบทนำรถแมคโครขนาดใหญ่เข้าดำเนินการเปิดเส้นทางจากดินสไลด์ สำหรับบ้านแม่ปูนหลวงมี 854 หลังคาเรือน ประชากรทั้งหมด 2,401 คน มีทั้งหมด 3 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่กลุ่มชาติพันธุ์อาข่า กลุ่มชาติพันธุ์ลีซอ และกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ ซึ่งมีทั้งหมด 4 หย่อมบ้านได้แก่ หย่อมบ้านอาข่า 10 หลัง หย่อมบ้านน้ำตกห้วยทราย หย่อมบ้านสามกุลา หย่อมบ้านสาใหม่ โดยมีประชาชนได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยและดินถล่มจำนวน 100 ราย เนื้อที่ประมาณ 1,200 ไร่ สิ่งสาธารณะประโยชน์ ที่ได้รับความเสียหาย ได้แก่ ถนนสายทางเข้าบ้านสามกุลา มีดินสไลด์ลงมาปิดทับเส้นทางสัญจร จำนวนหลายจุด ท่อประปาภูเขา ถูกกระแสน้ำพัดและดินสไลด์ทับท่อ ได้รับความเสียหาย บ้านเรือนประชาชนเสียหายทั้งหลัง จำนวน 1 หลังคาเรือน บ้านเสียหายบางส่วน จำนวน 4 หลังคาเรือน และในพื้นที่บ้านห้วยทรายขาว ม.7 ต.บ้านโป่ง เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูหลังเกิดภัย การจัดการที่อยู่อาศัย การศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขพื้นที่อุทกภัย และตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงาน สำหรับบ้านห้วยทรายขาว มีครัวเรือน 50 หลังคาเรือน ประชากร 213 คน
มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 12 หลัง เสียหายบางส่วน จำนวน 11 หลัง ปัจจุบัน ครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายทั้งหลัง อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงตำบลบ้านโป่ง ณ อาคารอเนกประสงค์ บ้านห้วยทรายขาว จำนวน 35 คน มีผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม จำนวน 1 ราย ด้านการฟื้นฟูหลังเกิดภัยในพื้นที่ บ้านห้วยทรายขาวปัจจุบันได้นำดำเนินการไปแล้วกว่า 80% ด้านการคมนาคมทางหลวงหมายเลข 1150 ตอน ขุนแจ๋ - เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ไปยัง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ได้ดำเนินการเปิดเส้นทาง จากดินสไลด์ จำนวน 32 แห่ง โดยทีมงานแขวงทางหลวง เชียงรายที่ 1 พร้อมกับทีมงานศูนย์สร้างทางลำปาง ร่วมกับบริษัทเอกชน ได้ดำเนินการเปิดเส้นทาง จนสามารถใช้สัญจรผ่านได้แล้วทั้ง 2 ช่องจราจร ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. 2567 ที่ผ่านมา ด้านความช่วยเหลือ นายพงศ์ศักดิ์ เพชรคงแก้ว นายอำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เร่งสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ให้ อบต.ในพื้นที่ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว สนับสนุนการช่วยเหลือฟื้นฟู และได้ให้หน่วยงานต่างๆ เช่น อำเภอ หน่วยทหาร อบจ.เชียงราย หน่วยป่าไม้ อุทยาน ทางหลวง โครงการหลวง และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือฟื้นฟู และใช้งบเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากจังหวัดเชียงราย มาช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่อไป ในการนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย สาขาเวียงป่าเป้า ได้สนับสนุนรถยนต์สมรรถนะสูง (ทรานฟอร์เมอร์) พร้อมบุคลากรขับรถยนต์ เพื่อรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะทำงานฯ
วันที่ 17 ต.ค. 67 นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่ง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิ ราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีมอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติ (อุทกภัย และดินถล่ม) โดยมี นายวินัย เก่งสุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดเชียงราย นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติ จากอำเภอแม่สาย จำนวน 5 ราย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จำนวน 2 ราย อำเภอ เวียงป่าเป้า จำนวน 1 ราย และ อำเภอเมืองเชียงราย จำนวน 1 ราย รวมทั้งลิ้น 9 ราย ที่ได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์ครอบครัว ตามประกาศมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรื่อง หลักเกณฑ์การพิจารณาการจ่ายเงินสำรองจ่ายจังหวัด ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติกรณีต่าง ๆ ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระยะฟื้นฟู กรณีที่มผู้เสียชีวิตเนื่องจากภัยพิบัติกรณีต่าง ๆ ให้พิจารณาจ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัวรายละไม่เกิน 10,000.- บาท โดยเบิกจ่ายเงินจากบัญชีปีเงินสํารองจ่ายมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดเชียงราย งานสังคมสงเคราะห์ ที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระ บรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้ประสบเหตุภัยพิบัติ ให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย และดินถล่ม หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นอันเสร็จพิธี
วันที่ 17 ต.ค. 2567 นางปวีณ์ริศา เกิดสม ภริยารองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางพรจิตร สุขสมบูรณ์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย นางนวพร วิเศษวงศ์ษา ภริยาปลัดเทศบาลนครเชียงราย นางจุฑามาศ สวัสดี นายกกิ่งกาชาดอำเภอพญาเม็งราย คณะกรรมการ-สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย และกิ่งกาชาดอำเภอพญาเม็งราย ร่วมกับนายอำเภอพญาเม็งราย โรงพยาบาลพญาเม็งราย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอพญาเม็งราย ลงพื้นที่เยี่ยมพูดคุยให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพ ผ้าห่ม หมอน ผ้าอ้อมสำเร็จรูป และสิ่งของจำเป็นแก่กลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย
วันที่ 17 ต.ค.67 นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่มอบเงินสมทบค่าก่อสร้างบ้านจากเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี พ.ศ. 2567 ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น อำเภอพญาเม็งราย และอำเภอดอยหลวง จำนวน 22 ราย จำนวนเงิน 930,000 บาท ดังนี้ อำเภอพญาเม็งรายจำนวน 1 หลัง จำนวนเงิน 50,000 บาท อำเภอดอยหลวง จำนวน 1 หลัง จำนวนเงิน 70,000 บาท อำเภอเวียงแก่น จำนวน 20 หลัง จำนวนเงิน 810,000 บาท ในการนี้ นายอำเภอดอยหลวง อำเภอเวียงแก่น อำเภอพญาเม็งราย ทต.หล่ายงาว อบต.ปอ อบต.ท่าข้าม อบต.แม่ต๋ำ อบต.หนองป่าก่อ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมมอบเงินดังกล่าวด้วย
วันที่ 17 ต.ค. 2567 นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายอำเภอเวียงป่าเป้า องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง องค์การบริหารส่วนตำบลเวียง สำนักงาน ปภ.จ.เชียงราย สาขาเวียงป่าเป้า และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มอบเงินสมทบค่าก่อสร้างบ้านจากเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี พ.ศ. 2567 ในพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า จำนวน 18 ราย จำนวนเงิน 500,000 บาท
วันที่16- 17 ต.ค. 2567 นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พาณิชย์จังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรม Kick off “โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ปิยะพรเจริญกิจแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้ประกอบการร้านค้าในพื้นที่ให้ความสนใจนำสินค้าทั้งเป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน สินค้า ตลอดจนพืชผักผลไม้ และสินค้าสำหรับครัวเรือนหรือการดำรงชีพ มาวางจำหน่ายในราคาประหยัดจำนวนมาก พบว่ามีประชาชนและชาวบ้าน โดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแม่สาย มาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก
แนวโน้มสถานการณ์
ประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ฉบับที่ 1 (110/2567) เรื่องอากาศแปรปรวนบริเวณภาคเหนือ โดยในช่วงวันที่ 19-21 ต.ค. 67 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัง กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
คาดหมายลักษณะอากาศ (24 ชั่วโมงข้างหน้า) : บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังอ่อนปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่มีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุม ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย รายละเอียดดังนี้มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ และน่าน สำหรับในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีฝนตกเล็กน้อยในพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอ
สถานการณ์น้ำในอ่าง และปริมาณน้ำท่า สถานการณ์น้ำในอ่างขนาดกลาง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง จำนวน 4 แห่ง ปริมาณน้ำเก็บกักรวม 95.666 ล้าน ลบ.ม. (อ่างฯแม่สรวย, อ่างฯแม่ต๊าก, อ่างฯห้วยช้าง, อ่างฯดอยงู)ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 85.181 ล้าน ลบ.ม. (89.04% ของความจุรวม) สภาพน้ำท่าของแม่น้ำสายสำคัญ แม่น้ำสายสำคัญทั้ง 7 สาย ระดับน้ำทรงตัว ปกติ (แม่น้ำโขง, แม่น้ำกก, แม่น้ำอิง, แม่น้ำลาว, แม่น้ำสาย แม่น้ำจัน, แม่น้ำคำ)
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ แจ้งกำชับอำเภอ อปท. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ติดตามข้อมูลสภาวะอากาศ ปริมาณฝน สถานการณ์น้ำในพื้นที่ และข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างต่อเนื่อง ตลอด 24 ชั่วโมง และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง เตรียมความพร้อม เครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ กำลังพลพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที ตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อได้รับการร้องขอ พื้นที่เกิดสถานการณ์ให้ อปท. เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามระเบียบ/กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หากมีความความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 และสายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป