วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ข่วงศึกษาวิถีชีวิตวัฒนธรรมล้านนาและอาเซียน องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงานมหกรรมอิ้วเมี่ยนไทยสานสัมพันธ์อิ้วเมี่ยนโลก ประจำปี พ.ศ.2568 เพื่อส่งเสริม สืบสาน ประเพณีวัฒนธรรม อันดีงามของกลุ่มชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยน อีกทั้งยังเป็นการสร้างพื้นที่ในการพบปะของกลุ่มชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยน ทั้งในไทยและต่างประเทศ หลอมรวมความร่วมมือ พัฒนากลุ่มชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยน ให้มีความเข้มแข็ง สามัคคี ตลอดจนสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจในพหุวัฒนธรรม ให้แก่คนในสังคม ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีนางสินีนาฎ ทองสุข นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาชน และกลุ่มชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยน เข้าร่วมกิจกรรม
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ขอชื่นชมพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยน ที่ได้หลอมรวมความรักความสามัคคีจัดงานที่ยิ่งใหญ่ ในความเป็นชาติพันธุ์ การอยู่ร่วมกันด้วยความผูกพัน ความรัก ความสามัคคี จนนำมาซึ่งความศรัทธา ศรัทธาในสิ่งที่นับถือ นี่คือสิ่งที่สวยงาม เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้ชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยน มีความรัก ความศรัทธา เชื่อมั่นว่าจะดำรงความเป็นชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยนให้สืบสาน ให้คงอยู่แบบนี้ตลอดไป
การจัดงานในครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมูลนิธิอิ้วเมี่ยนไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดขึ้นต่อเนื่อง จำนวน 6 ครั้ง ครั้งที่ 1-3 ที่จ.เชียงราย ครั้งที่ 4-5 ที่จ.น่าน และครั้งที่ 6 ที่จ. พะเยา การจัดงานวัฒนธรรมอิ้วเมี่ยนไทย สานสัมพันธ์อิ้วเมี่ยนโลกในครั้งนี้ จัดขึ้น 7-9 ก.พ. 2568 ณ ข่วงศึกษาวิถีชีวิตวัฒนธรรมล้านนาและอาเซียน องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ภายในงานกิจกรรมมากมาย และนิทรรศการวิถีชีวิต ตลอดจนการจำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยนด้วย
สำหรับ อิ้วเมี่ยน เป็นคำเรียกชื่อตนเองของกลุ่มคนเย้า มีความหมายว่ามนุษย์หรือคน มี 12 สกุลแซ่ อิ้วเมี่ยนในประเทศไทย อพยพมาจากประเทศจีน ราว 160 ปีที่ผ่านมา กระจายตัวอยู่ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะทางภาคเหนือ อาทิ จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง เชียงใหม่ กำแพงเพชร สุโขทัย ตาก ระนอง และกาญจนบุรี ปัจจุบันมีประชากรอิ้วเมี่ยนในประเทศไทย กว่า 60,000 คน อัตลักษณ์โดดเด่นคือ เครื่องแต่งกาย เครื่องเงิน มีการเขียนตำราด้วยตัวอักษรจีน ในภาษาฮั่น มีการรักษาขนบธรรมเนียม สืบทอดถึงปัจจุบัน