(23 พ.ค. 69) รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กรับมือกับวิกฤตค่าครองชีพ ผ่านโครงการ
“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.18 ล้านราย ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” โดยจะได้รับเงินเพิ่มอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมที่ได้รับเดือนละ 300 บาท รวม
1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 ใช้สิทธิตั้งแต่วันที่
1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 โดยเงื่อนไขต้องใช้จ่ายเงิน 1,000 บาท ในแต่ละเดือนให้หมดภายในเดือนนั้น ๆ
ไม่สามารถเก็บวงเงินที่เหลือไปสะสมกับเงินที่ได้รับโอนในเดือนถัดไปได้ และเมื่อครบกำหนดวันสิ้นสุดโครงการวันที่ 30 กันยายน 2569 เงินที่เหลือในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในเดือนถัดไปได้
ขณะเดียวกันผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังได้รับสิทธิส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
ค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน ค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน ค่าน้ำประปา
100 บาท/ครัวเรือน/เดือน และเบี้ยความพิการเพิ่มเติม 200 บาท/เดือน ให้แก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้กระทรวงการคลังจะเร่งรัดให้เปิดลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพื่อคัดกรองให้ผู้มีรายได้น้อยจริง ๆ ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และได้รับการช่วยเหลืออย่างตรงเป้าหมาย
คุณสมบัติผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”
เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็น
ผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งในอดีต ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส และจะต้องไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569
วิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สำหรับประชาชนทั่วไป
เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 - 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 – 22.00 น. จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านสิทธิ หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน
- ประชาชนที่เคยใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะต้องยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
- ประชาชนที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อลงทะเบียนแล้วเสร็จ จะได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน
“เป๋าตัง” และ SMS ภายใน 3 วัน หลังทราบผลว่าได้รับสิทธิ ให้สมัครใช้งาน G Wallet และเติมเงิน เพื่อใช้จ่าย
การใช้จ่าย ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตราร้อยละ 60 ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - กันยายน 2569 (4 เดือน)
ใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 23.00 น. เงื่อนไขต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้หมดภายในเดือนนั้น ๆ ไม่สามารถสะสมไปในเดือนถัดไปได้
วิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สำหรับร้านค้า
- ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2569
- ร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย
ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 31 กรกฎาคม 2569 โดยจะต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงาน นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการกรุงไทย จากนั้นร้านค้าจะได้รับผลพิจารณาผ่าน SMS เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัส จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ เพื่อรับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน ทั้งนี้ จะต้องเป็นร้านค้าประเภท อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า รวมถึงร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม
อีกทั้ง ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ยังจะได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะ
ที่จำเป็น ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามาวิเคราะห์ธุรกิจ เช่น การบริหารจัดการต้นทุน การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและสภาพคล่องหมุนเวียน การวิเคราะห์ยอดขายตามช่วงเวลา เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้เรียนรู้ทักษะใหม่และเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อธุรกิจ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยี สนับสนุนการจัดเก็บข้อมูลรายได้รายจ่ายเพื่อใช้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่อไปได้
ขั้นตอนการใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”
- ใช้จ่ายผ่านร้านค้า: ชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตังได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 23.00 น.
- สั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี: แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ และชำระเงินผ่าน G Wallet
ในแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 21.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ร้านค้า
โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนการใช้จ่ายระหว่างภาครัฐ ประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง และช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนในช่วงฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงขอเชิญชวนประชาชน ร้านค้าทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ร้านค้ารายเล็กและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน