รมช.เกษตรฯ ดัน 4 โครงการน้ำกว่า 14 ล้านบาท เร่งแก้ปัญหาต้นทุน-แหล่งน้ำ-ตลิ่งพัง ที่ ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง
.
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน พร้อมพบปะเกษตรกรและมอบปัจจัยการผลิต โฉนดเพื่อเกษตรกรรม จำนวน 20 ฉบับ ต้นพันธุ์มะขามเปรี้ยว เมล็ดพันธุ์ผัก และน้ำหมักชีวภาพ พด.2 และ พด.7 รวมกว่า 220 ชุด โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนร่วมให้ข้อมูล
.
โอกาสนี้ ได้รับฟังการดำเนินงานของกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านดงชัย ตำบลทุ่งก่อ ซึ่งเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2561 มีสมาชิก 41 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 355 ไร่ ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ได้แก่ กข6 กข15 กข26 และ กข-แม่โจ้ 2 รวมกว่า 20 ตันต่อปี รวมถึงผลิตข้าวเปลือกทั่วไปกว่า 500 ตันต่อปี สร้างรายได้เฉลี่ยกว่า 4.28 ล้านบาทต่อปี
.
กลุ่มเกษตรกรได้สะท้อนปัญหาสำคัญ ได้แก่ ต้นทุนการผลิตที่สูง ปัญหาเมล็ดพันธุ์ข้าวเจือปน ภัยธรรมชาติ และราคาผลผลิตผันผวน พร้อมเสนอขอรับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว กข26 เพิ่มเติม รวมถึงขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือลดต้นทุนการผลิตจากไร่ละ 1,000 บาท เป็นไร่ละ 2,000 บาท
.
ด้านศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงราย ชี้แจงว่า เมล็ดพันธุ์ กข26 ในฤดูกาลนี้ได้กระจายออกจากคลังทั้งหมดแล้ว เนื่องจากมีความต้องการสูง แต่เตรียมประสานตรวจสอบเมล็ดพันธุ์คงเหลือจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวเชียงใหม่ และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต กข26 ในฤดูฝนปี 2569 เป็น 500 ตัน เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนในอนาคต
.
นอกจากนี้ ผู้นำท้องถิ่นยังได้เสนอขอรับการสนับสนุนโครงการด้านแหล่งน้ำและป้องกันอุทกภัยหลายโครงการ ได้แก่ โครงการขุดลอกลำห้วยแม่เผื่อ งบประมาณ 3.44 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำและช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกว่า 6,000 ไร่ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมลำน้ำห้วยแม่เผื่อพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ งบประมาณ 9.99 ล้านบาท เพื่อป้องกันการกัดเซาะตลิ่งและคุ้มครองพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชน และโครงการขุดลอกลำห้วยแม่ก่อ งบประมาณ 600,000 บาท เพื่อแก้ปัญหาลำน้ำตื้นเขินและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม
.
ขณะเดียวกัน โครงการชลประทานเชียงรายได้รายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยป่าสัก หมู่ 1 ซึ่งมีพื้นที่รับประโยชน์ 1,245 ไร่ ความจุเก็บกักน้ำ 0.226 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการสำรวจและออกแบบเพื่อเสนอของบประมาณในปี 2572
.
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่าปัญหาที่เกษตรกรสะท้อนมากที่สุดคือราคาผลผลิตทางการเกษตรและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมยืนยันว่าจะผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยป่าสักให้เกิดขึ้นโดยเร็ว หลังจากการออกแบบแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างขั้นตอนขอใช้พื้นที่ป่า เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน