ไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับ "โอลิมปิกทางการเงินโลก" ตอกย้ำประโยชน์มหาศาลจากความร่วมมือ IMF-World Bank ชูเสถียรภาพเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุน

กรุงเทพฯ — ประเทศไทยเตรียมบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเงินระดับโลก ในฐานะเจ้าภาพจัดงานประชุมใหญ่ผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 ตอกย้ำผลประโยชน์มหาศาลที่ประเทศไทยได้รับจากการเป็นสมาชิกและพันธมิตรร่วมกับทั้งสององค์กร ทั้งในด้านเสถียรภาพทางการเงิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว

การรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "โอลิมปิกทางการเงินของโลก" ในครั้งนี้ จะสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยใน 3 มิติหลัก ได้แก่:

ประโยชน์ระยะสั้น (กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว): ต้อนรับผู้นำทางการเงิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักลงทุน และสื่อมวลชนกว่า 15,000–20,000 คน จาก 190 ประเทศทั่วโลก กระทรวงการคลังประเมินว่าจะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจทันที 5,000–10,000 ล้านบาท กระจายสู่ภาคโรงแรม ขนส่ง ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว พร้อมทั้งเป็นเวทีชู Soft Power ไทย เช่น อาหาร ผ้าไทย และวัฒนธรรม สู่สายตาผู้มีกำลังซื้อสูงทั่วโลก

ประโยชน์ระยะยาว (สร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุน): เพิ่มพื้นที่สื่อระดับโลก (Global Airtime) แสดงศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและความมั่นคงทางการคลัง เพื่อดึงดูดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ AI, Data Center, Cloud Services และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงเป็นโอกาสร่วมกำหนดทิศทางนโยบายโลกผ่าน 4 เสาหลัก และการขับเคลื่อนแผนแม่บทป้องกันภัยทุจริตทางการเงินดิจิทัล

ประโยชน์ตามภารกิจหลักขององค์กร:

IMF (กองทุนการเงินระหว่างประเทศ): เสริมสร้างเสถียรภาพระบบการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินของไทยให้เข้มแข็งนับแต่วิกฤตปี 2540

World Bank (ธนาคารโลก): สนับสนุนเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนและข้อแนะนำทางเทคนิค มุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุข และการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อม (Green Finance)


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar