นายกฯ สั่งระดมทุกหน่วยเร่งระบายน้ำ เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ เตรียมงบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ “เอกนิติ” สั่งรับมือน้ำท่วมภาคกลาง แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงอพยพล่วงหน้า

(28 ก.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมติดตามการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการกำลังและทรัพยากรอย่างเต็มที่ และให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์หลัก หรือ Single Command เพื่อให้การสั่งการและการบริหารจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเน้นย้ำว่า ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด โดยระดมเครื่องผลักดันน้ำ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์เข้าเสริมจุดระบายน้ำสำคัญ พร้อมให้ความสำคัญกับพื้นที่

ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและมีประชาชนอาศัยหนาแน่น ควบคู่กับการดูแลอาหาร น้ำดื่ม สิ่งของจำเป็น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงเร่งสำรวจความเสียหายและเตรียมงบประมาณสำหรับการเยียวยาและฟื้นฟูทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ลงพื้นที่เป็นวันที่ 2 บริเวณแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ เพื่อให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นแก่ผู้ประสบอุทกภัย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง สั่งบริหารจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่น้ำเหนือเขื่อน–ท้ายเขื่อน อ่างเก็บน้ำ เส้นทางระบายน้ำ การคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงการแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชน โดยให้ทุกหน่วยใช้ข้อมูลชุดเดียวกันและทำงานเชิงรุก พร้อมประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า 7–10 วัน และจัดทำ Risk Map เพื่อให้จังหวัดเตรียมจุดและเส้นทางอพยพ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร และกำลังช่วยเหลือได้ตรงพื้นที่ นอกจากนี้ ยังกำชับให้กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงและแนวทางปฏิบัติด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ให้ ปภ. และหน่วยงานในพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง พร้อมประสานกรมบัญชีกลางเรื่องเงินทดรองราชการ และเตรียมศูนย์พักพิง อาหาร น้ำดื่ม ยา ถุงยังชีพ ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และสถานพยาบาลรองรับ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ติดตามการระบายน้ำบริเวณประตูระบายน้ำคลองชวดลากข้าว อำเภอบางพลี พร้อมเยี่ยมศูนย์พักพิงที่ดูแลผู้ประสบภัยกว่า 300 ราย และชุมชนจตุรมิตรซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 600 ครัวเรือน โดยกำชับให้ดูแลอาหาร น้ำดื่ม สุขอนามัย ความปลอดภัย ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงประสานความช่วยเหลือให้ตรงตามความจำเป็นของแต่ละครอบครัว และสื่อสารความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ตลอด 3 วันที่ผ่านมา กองทัพได้ระดมกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ และทรัพยากรช่วยเหลือประชาชนในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง แม้กำลังพลบางส่วนและครอบครัวจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นเดียวกัน จึงกำชับผู้บังคับหน่วยให้ดูแลกำลังพลและครอบครัวควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม บ้านพักข้าราชการสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม เขตลาดปลาเค้า และบ้านพักข้าราชการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ถนนรามอินทรา เพื่อติดตามผลกระทบจากน้ำท่วม

รับฟังปัญหาและความต้องการของกำลังพลและครอบครัว พร้อมกำชับให้สำรวจความเดือดร้อนและดูแลความจำเป็นเร่งด่วน ทั้งด้านความเป็นอยู่ ความปลอดภัย การเดินทาง และสิ่งอุปกรณ์ โดยเฉพาะครอบครัวของกำลังพลที่ยังออกปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย สั่งให้เหล่าทัพสนับสนุนกำลังพลตามที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร้องขอ เพื่อช่วยบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยให้ประสานการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมกำลัง ยานพาหนะ และทรัพยากรสำหรับสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังน้ำลดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า ซึ่งพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยหนักที่สุดของ กทม. โดยได้นำ “ครัวกลาง” จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ลงพื้นที่ พร้อมประสานงานทีม “อาสาโดรนกู้ภัยน้ำท่วม” เพื่อใช้บินสำรวจและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ และโดรนขนส่งขนาดใหญ่ สำหรับลำเลียงอาหารและถุงยังชีพ สามารถยกน้ำหนักได้สูงสุดถึง 80 กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์ตาข่ายหิ้วยกและเครื่องปั่นไฟ ด้านการจัดการเสบียง

ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการและโรงครัวเบื้องต้นบริเวณปากซอยรามคำแหง 192 (เขตมีนบุรี) โดยมีฐานปฏิบัติการหลัก

ที่ร่มเกล้า 2 จัดเตรียมรถขับเคลื่อน 4 ล้อประจำการเพื่อสนับสนุนภารกิจ นอกจากนี้ ยังมีแผนย้ายโรงครัวไปตั้งที่วัดปากบึง เพื่อให้สามารถขนส่งอาหารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่เขตสายไหมและจตุจักร มอบถุงยังชีพ ข้าวกล่อง และน้ำดื่ม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์สร้างสุข พม. ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กทม.” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย ระหว่างหน่วยงานในสังกัด พม. กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดตั้งครัวกลางเพื่อทำอาหารปรุงสุกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบอุทกภัย บรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดโรงครัวจิตอาสา ประกอบอาหาร

ปรุงสุก น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้แก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ณ อาคารสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงาน กทม. เขตลาดกระบัง เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยกำชับให้เร่งนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบาง พร้อมระดมเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ เรือ และทรัพยากรสนับสนุนภารกิจ โดยเพิ่มรถประกอบเลี้ยงอีก 3 คัน ทำให้วันที่ 29 กันยายน 2569 มีรถประกอบเลี้ยงรวม 5 คัน สามารถจัดทำอาหารได้ประมาณ 2,000 กล่องต่อมื้อ หรือ 6,000 กล่องต่อวัน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จุดบริการประชาชนตลาดน้ำ อ.ต.ก. จัดอาหารพร้อมรับประทานและมังคุดจากเกษตรกรจังหวัดชุมพรแจกจ่ายผู้ประสบภัย เปิดพื้นที่ให้บริการจอดรถชั่วคราว ณ บริเวณศูนย์แสดงสินค้าผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูง อ.ต.ก. (ติดทางขึ้นด่วนพิเศษศรีรัช) สำหรับประชาชนที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้าภายในตลาด อ.ต.ก. สามารถจอดรถฟรี ตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น. ถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และสั่งจัดส่งอาหารไปพื้นที่เขตหลักสี่ บางบัว บางเขน คลองจั่น มีนบุรี และชุมชนริมคลอง

แสนแสบ เตรียมถุงยังชีพ 1,000 ชุด สำหรับแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยง กำชับให้กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อบริหารจัดการน้ำทั้งระบบให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนในแต่ละพื้นที่ให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด พร้อมติดตามกรณีอ่างเก็บน้ำคลองระโอก จังหวัดระยองอย่างใกล้ชิด

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้ทุกหน่วยงานร่วมกันดูแลนักเรียน ผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาและติดตามสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ได้แก่

1. การจัดการศึกษา ปิดสถานศึกษาในพื้นที่ 4 จังหวัดตามมติคณะรัฐมนตรีถึงวันที่ 29 กันยายน 2569 เพื่อบรรเทาปัญหาการเดินทางของนักเรียนและผู้ปกครอง พร้อมจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและจัดการเรียนชดเชย เพื่อไม่ให้กระทบต่อคุณภาพการศึกษา รวมถึงการวัดและประเมินผล

2. การเยียวยาสถานศึกษา ให้หน่วยงานต้นสังกัดสำรวจความเสียหายเพื่อขอรับการจัดสรรงบกลางในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสถานที่ และจัดหาวัสดุครุภัณฑ์ให้สามารถใช้งานได้ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2/2569 ทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

3. การช่วยเหลือนักเรียน ผู้ปกครอง ครู บุคลากรทางการศึกษา และประชาชน ให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจัดตั้งศูนย์ Fix It Center กระจายในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยดำเนินการใน 2 ระยะ ได้แก่ ระหว่างเกิดเหตุและระยะฟื้นฟูหลังอุทกภัย พร้อมจัดตั้งโรงครัว จัดทำถุงยังชีพ ช่วยล้างและทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน รวมถึงใช้สถานศึกษาเป็นครัวกลาง ศูนย์พักพิง และพื้นที่อำนวยการในการช่วยเหลือประชาชน


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar