การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569
(2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมแสดงบทบาทนำของประเทศไทยบนเวทีการเงินระดับสากล ผ่านการเข้าร่วมเสวนาบนเวทีสำคัญใน 4 เวทีร่วมกับผู้นำองค์กรการเงินระดับโลก รัฐมนตรีคลัง และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเจรจาทวิภาคีถึง 30 นัดหมาย ระหว่างวันที่ 13–17 ตุลาคม 2569 กับผู้นำเศรษฐกิจ และผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะตัว Trusted Connector
ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาคมโลก แลกเปลี่ยนแนวทางรับมือความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย
สำหรับการขึ้นเวทีเสวนาในวันแรกของการประชุม วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30–14.30 น. นายเอกนิติจะเข้าร่วมเวที “Thai MOF Flagship Event: Building Resilience in a Fragmented World” ซึ่งกระทรวงการคลังไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีผู้ร่วมเสวนาระดับโลก ได้แก่ คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก (World Bank Group) และรีคกา ปูร์รา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเทศฟินแลนด์
โดยเวทีนี้มีความสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางและแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ท่ามกลางความขัดแย้ง ความไม่แน่นอน และความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ในวันเดียวกัน เวลา 15.00–16.00 น. นายเอกนิติยังเตรียมขึ้นเสวนาต่อในเวที “IMF APD: Thailand Special Seminar Bangkok 1991–2026” ร่วมกับ เคนจิ โอกามูระ รองกรรมการผู้จัดการ IMF นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก IMF นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานมูลนิธิสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ และนายสุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการย้อนมองเส้นทางเศรษฐกิจไทยนับตั้งแต่ที่เคยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ครั้งแรกเมื่อปี 2534 จนถึงปี 2569
พร้อมทั้งระดมความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้พุ่งทะยานและพร้อมรับมือกับอุตสาหกรรมยุคใหม่
นอกจากนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมเข้าร่วมเวทีหารือแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจ
โดยมุ่งหารือการนำมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่น มาต่อยอดเป็นโอกาสทางการเงินและการลงทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม
ในหัวข้อ “Financing Innovation via Intangible Assets: Unlocking Growth through Intellectual Property-Backed Finance” ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00–14.00 น. โดยมี ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้แทนสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (EUIPO) ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (EIB) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเด็นสำคัญของการหารือคือ ปัจจุบันธุรกิจจำนวนหนึ่งมีทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมที่สามารถสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ทรัพย์สินเหล่านี้อาจยังไม่ได้รับการประเมินมูลค่าหรือยอมรับในระบบการเงินอย่างเต็มที่ เมื่อเทียบกับหลักประกันที่เป็นทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น ที่ดินหรืออาคาร จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าระบบการเงินจะสามารถนำมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญามาประกอบการสนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจได้อย่างไร การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสให้ประเทศไทยแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์กับองค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน และแนวทางพัฒนาระบบการเงินให้รองรับธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของการเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุน นอกเหนือจากการใช้หลักประกันแบบดั้งเดิม โดยผลการหารือจะเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการไทยในอนาคต
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 15.30–16.30 น. นายเอกนิติจะเข้าร่วมเสวนาบนเวทีดีเบตระดับโลก “IMF Flagship Global Debate: เปิดวงถกโจทย์ใหญ่ อนาคตเศรษฐกิจโลก” ร่วมกับ คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้จัดการ IMF คีเรียคอส ปิแอร์ราคคิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังแห่งกรีซและประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป อาลิโก ดันโกเต ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dangote Group และแดนนี่ กวา ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก Lee Kuan Yew School of Public Policy ซึ่งถือเป็นเวทีระดับ Flagship ในการเปิดวงถกประเด็นท้าทายสำคัญระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สาธารณะ ความผันผวนด้านพลังงาน รวมถึงการดิสรัปชันทางเทคโนโลยีจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)
วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 14.30–15.30 น. นายเอกนิติจะขึ้นเวทีสรุป “Bangkok Dialogue Notes: ประชุมจบ แต่แนวคิดต้องไปต่อ” โดยเวทีนี้มีความสำคัญในการนำเสนอบทสรุปสาระสำคัญที่ประเทศไทยได้สื่อสารต่อประชาคมโลกตลอดการประชุม พร้อมทั้งผลักดันประเด็นเชิงนโยบายเพื่อชวนนานาประเทศ
สานต่อ ในฐานะที่ไทยทำหน้าที่เป็น "trusted connector" หรือตัวเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจจากนานาชาติต่อไปในอนาคต
นอกเหนือจากเวทีเสวนาหลักแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคือการเข้าร่วมประชุมทวิภาคี (Bilateral Meetings) รวม 30 นัดหมาย ร่วมกับผู้นำทางเศรษฐกิจและตัวแทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อกระชับความร่วมมือ เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แลกเปลี่ยนนโยบายรับมือวิกฤต ตลอดจนเปิดช่องทางต่อยอดโอกาสด้านการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจ อันจะเป็นการใช้โอกาสจากเวทีระดับนานาชาติต่าง ๆ ในการสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน