วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ที่โรงแรมคาห์วาดี เชียงราย คิวริโอ คอลเลคชัน บาย ฮิลตัน อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาการชั่งตวงวัดแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-Pacific Legal Metrology Forum: APLMF) ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 4–6 พฤศจิกายน 2569 มีผู้แทนจากประเทศสมาชิกและเขตเศรษฐกิจ 17 ประเทศ พร้อมผู้เข้าร่วมกว่า 90 คน ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และยกระดับมาตรฐานการชั่งตวงวัดสู่ระดับสากล
ในการนี้ นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมให้การต้อนรับผู้แทนจากประเทศสมาชิก
นางสาวญาณี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจาก 17 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา มองโกเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย บรูไน มาเลเซีย เวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สิงคโปร์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฟิจิ คิริบาส และตองกา เข้าร่วมประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวทางการดำเนินงาน และพัฒนาความร่วมมือด้านมาตรฐานการชั่งตวงวัดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ทั้งนี้ การชั่งตวงวัดถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นทางการค้า เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับความถูกต้องในการซื้อขายสินค้า ความเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการ และการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค การประชุมจึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศสมาชิกจะได้ร่วมกำหนดแนวทางการกำกับดูแลและพัฒนามาตรฐานให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก
สำหรับประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกที่มีศักยภาพและได้รับการยอมรับด้านการดำเนินงานชั่งตวงวัด โดยมีองค์ความรู้ที่สามารถแลกเปลี่ยนกับนานาประเทศ ทั้งการกำกับดูแลเครื่องชั่งตวงวัด หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง และการชั่งตวงวัดสินค้าเกษตร ขณะเดียวกันยังได้เรียนรู้เทคโนโลยีและแนวทางการกำกับดูแลเครื่องมือวัดรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาระบบกำกับดูแลให้ทันต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในอนาคต
ไฮไลต์สำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การเปิดเวทีแสดงศักยภาพผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดต่างประเทศ โดยกรมการค้าภายในได้สนับสนุนผู้ประกอบการด้านชั่งตวงวัดของไทยจำนวน 10 บริษัท ร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อให้ผู้แทนประเทศสมาชิกได้สัมผัสศักยภาพของอุตสาหกรรมไทยอย่างใกล้ชิด อาทิ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด บริษัท จีเนียสดีไซน์ แอนด์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด บริษัท โฟลวแล็บแอนด์เซอร์วิส จำกัด และบริษัท เวนเดอริช จำกัด เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดงครอบคลุมเครื่องวัดเปอร์เซ็นต์แป้งแบบดิจิทัล เครื่องวัดความชื้นข้าวและข้าวโพด ถังตวง มาตรวัดน้ำ ตลอดจนนวัตกรรมการสอบเทียบระบบวัดปริมาณของเหลวในอุตสาหกรรมน้ำมันและพลังงาน ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่สามารถต่อยอดไปสู่การใช้งานในระดับนานาชาติ
นอกจากนี้ การจัดแสดงดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะ สร้างเครือข่าย และเจรจาธุรกิจกับผู้แทนจากประเทศสมาชิก โดยนางสาวญาณีเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากผู้ประกอบการไทยว่า อุปกรณ์และเครื่องมือสอบเทียบของไทยได้รับความสนใจจากหลายประเทศ อาทิ บรูไน สปป.ลาว ฟิจิ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย โดยเฉพาะบริการตรวจสอบความเที่ยงตรงของมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การเจรจาธุรกิจกับบริษัทผู้รับบริการในต่างประเทศ และมีมูลค่าการตกลงทางธุรกิจในระดับหลักล้านบาท
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการด้านชั่งตวงวัด ตลอดจนโอกาสในการขยายตลาดสินค้าและบริการไปยังประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นางสาวญาณี กล่าวย้ำว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APLMF ครั้งที่ 33 นับเป็นการตอกย้ำบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านชั่งตวงวัดระดับภูมิภาค และเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับมาตรฐานชั่งตวงวัดของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ขยายเครือข่ายพันธมิตรและต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการเติบโตของอุตสาหกรรมชั่งตวงวัดไทยอย่างยั่งยืน