<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั่วไป]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[เชียงรายร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญกระทรวงมหาดไทย รับมอบนโยบายรัฐบาล เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย แก้ปัญหายาเสพติดและฝุ่น PM2.5]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554545</link>
<guid isPermaLink="false">2f47e78785d0929bd4fa0bb6506f886d</guid>
<pubDate>Mon, 26 Oct 2026 17:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ และนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยในจังหวัดเชียงราย ร่วมประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (VCS)</p>

<p>โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมและมอบนโยบาย ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมเชื่อมโยงการประชุมไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติงานและติดตามการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย</p>

<p>ในการประชุม นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมและเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ประสบเหตุ รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการจำหน่ายที่ดินของคนต่างด้าวหรือการถือครองที่ดินผ่านนิติบุคคลต่างด้าว ตลอดจนการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง</p>

<p>นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดแหล่งกำเนิดมลพิษและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการจัดพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามแนวทางที่กำหนด</p>

<p>ทั้งนี้ จังหวัดเชียงรายจะนำนโยบายและข้อสั่งการจากการประชุมไปบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ มุ่งให้ความช่วยเหลือประชาชน บรรเทาความเดือดร้อน และดูแลความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายอย่างทั่วถึง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20261026df1fd8c96f5bb2208a119c29321599fd175106.jpg' type='image/jpg' length='180244' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เชียงรายประชุมกรมการจังหวัด ประจำเดือนตุลาคม 2569 มอบรางวัลเชิดชูเกียรติบุคลากรและหน่วยงานดีเด่น พร้อมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554544</link>
<guid isPermaLink="false">3f7fa687a427b181bbf932662f6a03fc</guid>
<pubDate>Mon, 26 Oct 2026 17:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำเดือนตุลาคม 2569 ครั้งที่ 10/2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม</p>

<p>ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ประธานได้ประกอบพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงรายนำสวดมนต์ จากนั้นเป็นพิธีมอบโล่รางวัล ประกาศเกียรติคุณ เกียรติบัตร และของที่ระลึก เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นและทำคุณประโยชน์แก่จังหวัดเชียงรายในหลายด้าน ได้แก่</p>

<p>1. การมอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการที่รับราชการครบ 20 ปี ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้แก่นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย</p>

<p>2. การมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติด้านสื่อมวลชนและการประชาสัมพันธ์ ให้แก่ ดร.โชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย</p>

<p>3. การมอบเกียรติบัตรแก่นักกีฬารักบี้ฟุตบอล 7 คน ผู้บริหาร และผู้สนับสนุน ที่เป็นตัวแทนจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 จำนวน 14 ราย</p>

<p>4. การมอบรางวัล &ldquo;หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร บุคคลสำคัญของโลก&rdquo; รางวัลเสริมสร้างคนดีมีคุณธรรม ครั้งที่ 38 ประจำปี 2569 จำนวน 2 ราย</p>

<p>5. การมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติพลเมืองดี แก่นางสาวธัญลักษณ์ สมแก้ว พยาบาลวิชาชีพ และนายดนัย สะพานแก้ว พนักงานขับรถยนต์ โรงพยาบาลแม่สาย ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนน</p>

<p>6. การมอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานที่สนับสนุนภารกิจค้นหาผู้พลัดหลงในป่าดอยจ้อง เขตอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง&ndash;ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จำนวน 11 รางวัล</p>

<p>7. การมอบประกาศเกียรติคุณแก่นักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ เมืองนาโกยา จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 4 รางวัล</p>

<p>8. การมอบรางวัลด้านการพัฒนาท้องถิ่นและการส่งเสริมการท่องเที่ยว ประจำปี 2569 รวม 11 รางวัล โดยเป็นรางวัลที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น</p>

<p>9. การมอบประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ของจังหวัดเชียงราย จำนวน 2 รางวัล</p>

<p>10. การมอบรางวัลชนะเลิศการประกวด PATA Gold Award 2026 เพื่อยกย่องผลงานด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย</p>

<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมได้แนะนำหัวหน้าส่วนราชการที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งใหม่ในจังหวัดเชียงราย จำนวน 8 ราย ได้แก่</p>

<p>1. พลตำรวจตรีทรงกริช ออนตะไคร้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย</p>

<p>2. นางสาวอัจฉริยา ทองโสม อัยการจังหวัดเทิง</p>

<p>3. นายประชัย ศรีจามร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย</p>

<p>4. นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย</p>

<p>5. นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย</p>

<p>6. นางทัศนลักษณ์ วงศ์สุริยศักดิ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงราย</p>

<p>7. นายประธาน พรหมเผ่า ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย</p>

<p>8. นายยุทธการ ตั้งปัญญาศักดิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพเชียงราย</p>

<p>สำหรับการประชุมตามระเบียบวาระ ที่ประชุมได้รับทราบผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารจังหวัดและหน่วยงานต่าง ๆ ในรอบเดือนตุลาคม 2569 รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและวาระสำคัญของจังหวัด โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่</p>

<p>ด้านการบริหารราชการและการแก้ไขปัญหาประชาชน รายงานการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงราย กรณีอุบัติเหตุบริเวณทางเข้าหมู่บ้านฟ้าใส ถนนพหลโยธิน และผลการนำระบบ e-Office มาใช้ในการปฏิบัติราชการของจังหวัด</p>

<p>ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสภาพอากาศของจังหวัดเชียงราย ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำผิวดินและตะกอนในแหล่งน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ประจำเดือนตุลาคม 2569 ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ</p>

<p>ด้านเศรษฐกิจและงบประมาณ รายงานผลการเบิกจ่ายและการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมแนวทางการเบิกจ่ายงบประมาณปี พ.ศ. 2570 รวมถึงสถานการณ์การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของจังหวัดเชียงราย</p>

<p>ด้านสาธารณสุข นำเสนอแนวทางป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ภายใต้แนวคิด &ldquo;รู้เร็ว รู้ทัน ป้องกันได้&rdquo; เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม</p>

<p>ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต ติดตามการดำเนินโครงการ &ldquo;หนาวนี้เพื่อพ่อ&rdquo; ของสภากาชาดไทย และการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย (OTOP) ประจำปี 2569 ระดับจังหวัด</p>

<p>ด้านงานพิธีการและกิจกรรมสำคัญของจังหวัด หารือเกี่ยวกับการจัดงานรัฐพิธี ภารกิจงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน การจัดพิธีถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต การจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2569 การจัดงานลอยกระทงยี่ป็งเชียงแสน แสงศรัทธา แม่น้ำโขง 2569 และการเตรียมความพร้อมจัดการแข่งขันวิ่งวิบากชิงแชมป์โลก Spartan Super World Championship 2026</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอข้อมูลประกอบการประชุมเกี่ยวกับแผนการรับบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ ประจำเดือนพฤศจิกายน 2569 แผนปฏิบัติงานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดเชียงราย ประจำเดือนกันยายน 2569 สถานการณ์การท่องเที่ยว สถิติอุบัติเหตุทางถนน สถานการณ์สาธารณภัยประจำเดือนตุลาคม 2569 และการย้ายสถานที่ตั้งของศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงราย</p>

<p>ในช่วงท้าย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและรองผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบแนวทางการปฏิบัติราชการและข้อสั่งการแก่หัวหน้าส่วนราชการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ บูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และพัฒนาจังหวัดเชียงรายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม</p>

<p>การประชุมครั้งนี้เป็นกลไกสำคัญในการติดตามผลการดำเนินงานของส่วนราชการ ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน และขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/202610260c557abf476ca0527946ba1fec1674e2174820.jpg' type='image/jpg' length='206508' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เวียตเจ็ทไทยแลนด์เปิดบินตรง “ภูเก็ต–เชียงราย” เพิ่มทางเลือกเดินทางเหนือ–ใต้ หนุนท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554542</link>
<guid isPermaLink="false">f196e697e876e8e4c043b44d8ddfae94</guid>
<pubDate>Mon, 26 Oct 2026 17:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 26 ตุลาคม 2569 จังหวัดเชียงรายต้อนรับการกลับมาให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางภูเก็ต&ndash;เชียงราย ของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ โดยไม่ต้องต่อเครื่องผ่านกรุงเทพฯ พร้อมเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจระหว่าง 2 ภูมิภาค</p>

<p>ในโอกาสนี้ มีการจัดพิธีต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์จากภูเก็ต ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้แทนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายกฤษฎา พุกะทรัพย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย นางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ดร.โชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนจากสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ร่วมให้การต้อนรับ</p>

<p>นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายยินดีที่สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างเชียงรายและภูเก็ตอีกครั้ง เนื่องจากจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการเดินทางระหว่าง 2 จังหวัด ซึ่งต่างมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ โดยเชียงรายมีแหล่งท่องเที่ยวโดดเด่นทั้งด้านธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น การเชื่อมต่อกับภูเก็ตซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของภาคใต้ จึงเป็นโอกาสในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมล้านนา เชิงนิเวศ และเชิงสุขภาพ ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่</p>

<p>ด้านนายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการพาณิชย์และลูกค้าสัมพันธ์ สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า สายการบินมุ่งพัฒนาเส้นทางบินภายในประเทศเพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร โดยการกลับมาให้บริการเส้นทางภูเก็ต&ndash;เชียงรายจะช่วยเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมนำเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 รุ่นใหม่มาให้บริการ ซึ่งมีจุดเด่นด้านพื้นที่ที่นั่ง ห้องโดยสารที่เงียบขึ้น และช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะที่กว้างขวางขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง</p>

<p>สำหรับเที่ยวบินเส้นทางภูเก็ต&ndash;เชียงราย ให้บริการสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ โดยเที่ยวบิน VZ400 ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เวลา 08.30 น. ถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เวลา 10.35 น. ส่วนเที่ยวบิน VZ401 ออกจากเชียงราย เวลา 11.10 น. ถึงภูเก็ต เวลา 13.25 น.</p>

<p>การกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงเส้นทางนี้ นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาค ช่วยเพิ่มโอกาสให้นักท่องเที่ยวเดินทางถึงเชียงรายได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยว การบริการ และเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว</p>

<p>ผู้สนใจสามารถตรวจสอบตารางบินและสำรองบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์ <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.vietjetair.com%2F%3Futm_id%3D97758_v0_s00_e0_tv2_a1demo078f9d2w%26fbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAcGRvZgFicmlkETFvZG5jMDlQVzRvT3NUQVpRc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHnhJ6QLwGqOOomo95QThmV_3D_jws6CjhliMXS0V1VoZFtRkq2BQjAORkFhL_aem_7PgquB03X-OzKMaDhH64uw&amp;h=AUCIXT_qVhWC6exWPaB_pASqkCGwgTYrB7xEFO3u_EVPoEr8aLvPzq8K-BCIA6SgzbPHmOhoLSNn9YfjwK2XIoMJ_kuhE6dWyKO4ZTbZ5w0F_2RPcGD-FnJ-wwUq3EAGYQCsT18WmbccAUU7&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AUB4FXaqkQ88in6Nd9uAfAseq-jNTpsM6eBkWlMXVYV8OC6jDUXKUgLbX5jlm1MbO7iNURAWQ5MbqLyLJus6LHQHzE0r3o0DQAR8DKrWNLM_ew84Uo4WGX0jcQCv2USYsAKIHJdKrizsRCHT-niveScgEaY_KK8iVSRSO1TK6O3D-wvTGf8UK-OCEvyctZZWKdY62FbhOLNB2IppQVXS75hi2Q" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">www.vietjetair.com</a> หรือ LINE OA: @Thaivietjet รวมถึง Live Chat ผ่านเว็บไซต์สายการบิน และศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-089-1909 ทุกวัน เวลา 08.00&ndash;22.00 น.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/202610265bf5452e6232d67c49e613de24347d36174645.jpg' type='image/jpg' length='140864' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เชียงรายเปิดศึกวอลเลย์บอลเยาวชน U15 ชิงถ้วยนายกรัฐมนตรี คัดตัวแทนภาคสู่เวทีระดับประเทศ]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554541</link>
<guid isPermaLink="false">7b2e0febdf9f2def0190e4aaa46f085e</guid>
<pubDate>Mon, 26 Oct 2026 17:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันวอลเลย์บอลเยาวชนชาย-หญิง รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี รายการ PRIME MINISTER&#39;S YOUTH CUP VOLLEYBALL U15 รอบคัดเลือกระดับภาค ณ โรงยิมเนเซียม สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีนางชญาณ์นันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางสาวนันทวรรณ กันคำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน และนักกีฬาเยาวชนเข้าร่วมพิธี นอกจากนี้ นางสาวโสรยา พรมหล้า อดีตนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ได้ร่วมให้กำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันด้วย</p>

<p>การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนสนใจการเล่นกีฬาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และภูมิภาค ไปจนถึงการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับประเทศ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะและแสดงศักยภาพด้านกีฬาอย่างเต็มความสามารถ</p>

<p>สำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกระดับภาคในครั้งนี้ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยได้เลือกจังหวัดเชียงรายเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 26 ตุลาคม &ndash; 2 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงยิมเนเซียม สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย และอาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มีทีมเข้าร่วมทั้งหมด 28 ทีม แบ่งเป็นทีมชาย 14 ทีม และทีมหญิง 14 ทีม จาก 7 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน และแพร่ เพื่อคัดเลือกทีมชาย 1 ทีม และทีมหญิง 1 ทีม เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศต่อไป</p>

<p>การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงเป็นเวทีให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์ในการแข่งขันกีฬา แต่ยังส่งเสริมการมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานักกีฬาวอลเลย์บอลรุ่นใหม่ให้มีโอกาสก้าวสู่การเป็นนักกีฬาระดับชาติในอนาคต</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20261026672cf9e62266a24d9ed0a74439d74106174536.jpg' type='image/jpg' length='211539' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สีหศักดิ์ เยือนอิตาลี-สเปน-โปรตุเกส กระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดันการค้า–ลงทุน FTA ไทย–EU เทคโนโลยีสะอาด เชื่อมโยงประชาชน]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554032</link>
<guid isPermaLink="false">7d72e00909bd45ff53befa59dc960af7</guid>
<pubDate>Sun, 25 Oct 2026 16:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(24 ต.ค. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนสาธารณรัฐอิตาลี นครรัฐวาติกัน ราชอาณาจักรสเปน และสาธารณรัฐโปรตุเกส ระหว่างวันที่ 18&ndash;25 ตุลาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีและส่งเสริมความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน พร้อมระบุถึงเป้าหมายสำคัญของการเยือนว่า ต้องการให้ประเทศที่เดินทางเยือนเห็นว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญในอาเซียน โดยอาเซียนเป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่มีบทบาทในการส่งเสริมสันติภาพและเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ดังนั้น การหารือจึงไม่จำกัดเพียงความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่เป็นการมองความสัมพันธ์ในระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และสร้างโอกาสใหม่ระหว่างไทยกับประเทศในยุโรป นอกจากนี้ไทยยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่าง EU กับอาเซียน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก โดยเฉพาะประเด็นการค้าเสรี ซึ่งไทยและ EU อยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไทย&ndash;EU ฝ่ายไทยจึงขอรับการสนับสนุนจากประเทศที่เดินทางเยือนให้ช่วยขับเคลื่อนและผลักดันการเจรจา โดยนายสีหศักดิ์เห็นว่า หากได้รับแรงขับเคลื่อนทางการเมืองเพิ่มเติม จะช่วยให้การเจรจามีโอกาสบรรลุข้อตกลงได้ภายในปีนี้</p>

<p>เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ได้เข้าเยี่ยมคารวะพระคาร์ดินัล ปิเอโตร พาโรลิน เลขาธิการสันตะสำนัก พร้อมด้วยอาร์ชบิชอป พอล ริชาร์ด แกลลาเกอร์ สมณมนตรีประจำสมณกระทรวงการต่างประเทศแห่ง</p>

<p>สันตะสำนัก ณ นครรัฐวาติกัน ในการนี้ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยและวาติกันกว่า 350 ปี โดยเห็นว่าการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงมีบทบาทสำคัญต่อความสัมพันธ์ โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินเยือนนครรัฐวาติกันของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร</p>

<p>เมื่อปี 2503 และการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิสในปี 2562</p>

<p>นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้ขอบคุณสันตะสำนักสำหรับความร่วมมือด้านมนุษยธรรม การสนับสนุนด้านการศึกษา และการให้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยผ่านโรงพยาบาลคาทอลิกหลายแห่ง ขณะที่ฝ่ายวาติกันชื่นชมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเสรีภาพในการนับถือศาสนาของไทย พร้อมยินดีที่จะจัดทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการระหว่างไทยกับวาติกัน และจะประสานงานกันต่อไป โดยทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความสำคัญของพหุภาคีนิยมและระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกติกา ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งรัสเซีย&ndash;ยูเครน สถานการณ์ไทย&ndash;กัมพูชา และสถานการณ์ในเมียนมา โดยฝ่ายไทยได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการในประเทศไทย รวมถึงความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2026</p>

<p>ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ และนายโฆเซ มานูเอล อัลบาเรส บูเอโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหภาพยุโรป และความร่วมมือของสเปน เป็นประธานร่วมการหารือ Political Consultations ไทย&ndash;สเปน ครั้งที่ 8 ณ กรุงมาดริด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยกระดับการหารือเป็นระดับรัฐมนตรี สะท้อนถึงความสำคัญที่ทั้งสองประเทศให้กับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน</p>

<p>ด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายหารือเรื่องการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง การเสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์</p>

<p>ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นศักยภาพในการขยายการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีทางการแพทย์ นาโนเทคโนโลยี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนสนับสนุนความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การวิจัยและนวัตกรรม การท่องเที่ยว และการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ&ndash;มาดริด ในส่วนของกรอบไทย&ndash;EU ฝ่ายไทยขอรับการสนับสนุนการผลักดันการเจรจา FTA ไทย&ndash;EU การส่งเสริมความร่วมมืออาเซียน&ndash;EU กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ตลอดจนการผลักดันความร่วมมือเพื่อนำไปสู่การยกเว้นการตรวจลงตราในเขตเชงเกนสำหรับคนไทย และขอรับการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเสียงผู้สมัครไทยในเวทีระหว่างประเทศ</p>

<p>ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนาม ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการไทย&ndash;สเปน และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการกับโรงเรียนการทูตแห่งสเปน พร้อมสนับสนุนการจัดทำบันทึกความเข้าใจด้านโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งในอนาคต</p>

<p>โดยการเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยครั้งแรก</p>

<p>ในรอบ 16 ปี</p>

<p>นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังได้กล่าวปาฐกถาในพิธีเปิดการประชุม Spain&ndash;Thailand Forum ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ &ldquo;Innovation, Technology and Cooperation for a Shared Digital Future&rdquo; ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหภาพยุโรป และความร่วมมือของสเปน ณ กระทรวงการต่างประเทศสเปน กรุงมาดริด พร้อมทั้งเน้นย้ำบทบาทของเวทีดังกล่าวในฐานะกลไก Track 1.5 ที่ต่อยอดจาก Political Consultations ไทย&ndash;สเปน ครั้งที่ 8 พร้อมยินดีต่อยุทธศาสตร์เอเชีย&ndash;แปซิฟิก ค.ศ. 2026&ndash;2029 ของสเปน</p>

<p>ซึ่งเปิดโอกาสให้ขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษา ทั้งนี้ ไทยและสเปนในฐานะประเทศขนาดกลางสามารถร่วมกันธำรงระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดถือกฎเกณฑ์ สอดคล้องกับแนวคิด</p>

<p>&ldquo;Act from the Middle&rdquo; และนโยบายการทูต 2.0 ของไทย โดยเวทีดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากทั้งสองประเทศหารือลู่ทางความร่วมมือด้านความมั่นคงไซเบอร์และดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี</p>

<p>พร้อมกันนี้ ยังได้หารือทางโทรศัพท์กับนายอันโตนิโอ ตายานี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี โดยฝ่ายไทยแสดงความขอบคุณรัฐบาลอิตาลีที่ได้ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์แห่งอิตาลี Order of Merit ชั้น Knight Grand Cross แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569</p>

<p>ทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับอิตาลี พร้อมหารือแนวทางยกระดับความสัมพันธ์สู่ หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) และเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ซึ่งยังมีศักยภาพขยายตัว โดยเฉพาะสาขาการแพทย์ เกษตรกรรม พลังงานสะอาด และดิจิทัล</p>

<p>ต่อมาในวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐโปรตุเกสอย่างเป็นทางการ และได้เข้าพบหารือกับ นายเปาลู รังเจล รัฐมนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโปรตุเกส เพื่อกระชับความสัมพันธ์และแสวงหาโอกาสใหม่ในการขยายความร่วมมือระหว่างสองประเทศ</p>

<p>นายสีหศักดิ์ ระบุว่า โปรตุเกสมีศักยภาพหลายด้านที่สามารถต่อยอดความร่วมมือกับไทยได้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจไปสู่ เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งโปรตุเกสมีความสามารถและเป็นประเทศชั้นนำด้านพลังงานสะอาด ขณะที่ประเทศไทยมีความต้องการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึง Data Center นอกจากนี้ ฝ่ายโปรตุเกสยังให้ความสนใจต่อศักยภาพของภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำที่มีการลงทุนในต่างประเทศ ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งเป็นอีกโอกาสในการขยายการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยการเยือนโปรตุเกสเป็นประโยชน์ทั้งต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี ความสัมพันธ์ไทย&ndash;EU และ EU&ndash;อาเซียน และช่วยสะท้อนให้ประเทศในยุโรปเห็นถึง ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ตลอดจนเพิ่มโอกาสให้ไทยอยู่ในความสนใจของประเทศยุโรปมากขึ้น</p>

<p>ในโอกาสนี้ ไทยและโปรตุเกสได้ลงนามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและส่งเสริมการติดต่อระหว่างกัน โดยนายสีหศักดิ์ย้ำว่า การเดินทางไปมาหาสู่กันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเพิ่มพูนการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ สำหรับประชาชนทั่วไป ไทยยังขอรับการสนับสนุนจากโปรตุเกสและสเปนในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่เขตเชงเกน โดยนายสีหศักดิ์ระบุถึงพัฒนาการในเรื่อง Visa Cascade ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่เดินทางไปประเทศยุโรปบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจ สามารถขอรับการตรวจลงตราได้สะดวกยิ่งขึ้น</p>

<p>การเยือนยุโรปตอนใต้ครั้งนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการยกระดับความสัมพันธ์ของไทยจากความร่วมมือทวิภาคีไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ พร้อมเชื่อมโยงบทบาทของไทยในฐานะสมาชิกสำคัญของอาเซียนเข้ากับความสัมพันธ์อาเซียน&ndash;EU ในมิติเศรษฐกิจ การผลักดัน FTA ไทย&ndash;EU และการขยายความร่วมมือในสาขาพลังงานสะอาด ดิจิทัล เทคโนโลยีทางการแพทย์ โครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม จะช่วยเพิ่มโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของไทยไปสู่อุตสาหกรรมอนาคต ด้านการเดินทางและความสัมพันธ์ระดับประชาชน การลงนามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรากับสเปนและโปรตุเกส การผลักดันเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ&ndash;มาดริด ตลอดจนการสนับสนุนการอำนวยความสะดวกด้านเชงเกนและ Visa Cascade จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง ติดต่อธุรกิจ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านไซเบอร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และพหุภาคีนิยม จะช่วยเพิ่มเครือข่ายความร่วมมือและบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนสนับสนุนการรักษาระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกติกาและการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศขนาดกลาง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/2026102584a6524f03260e65db5e3bdbd1056b0f165128.jpg' type='image/jpg' length='61457' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เดินหน้าปักหมุดไทยบนเวทีโลก ขยายพันธมิตรการค้า–ลงทุน มั่นใจเศรษฐกิจไทยดีขึ้น เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554033</link>
<guid isPermaLink="false">c807f2ddd96d9e5a717e2028420b2726</guid>
<pubDate>Sun, 25 Oct 2026 16:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(24 ต.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผ่านรายการ &ldquo;คุยกับ ครม. อนุทิน&rdquo; โดยเน้นการขยายพันธมิตรการค้าและการลงทุน การสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยบนเวทีโลก และการทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อลดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในยุคโลกาภิวัตน์ประเทศไทยไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ แต่ต้องแสวงหาความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรายได้และโอกาสให้ประชาชน ดังนั้นภารกิจการเดินทางเยือนต่างประเทศ</p>

<p>ในฐานะทีมไทยแลนด์ เป็นความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ต้องการทำให้โลกมั่นใจว่าประเทศไทยมีดี สามารถเป็นทั้งคู่ค้าและประเทศผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ราคายุติธรรม มีความมั่นคงเรื่องอาหาร เป็นประเทศที่เป็นพาร์ตเนอร์ ไม่ใช่เพียงต้องการขายของอย่างเดียว การเดินทางไปต่างประเทศจึงเป็นการแสวงหาความร่วมมือกับผู้นำทั่วโลก สร้างพันธมิตร ขยายการค้า และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพทั้งการเป็นคู่ค้า การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม และการเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหาร การพบปะผู้นำประเทศต่าง ๆ จึงเป็นโอกาสนำเสนอศักยภาพของไทย และแสดงให้เห็นว่าความร่วมมือจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย ทั้งด้านการค้า การลงทุน และโอกาสใหม่ ๆ พร้อมย้ำว่าการเดินทางในนามรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจน โดยเฉพาะการพบผู้นำประเทศ ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมและดำเนินงานล่วงหน้า ก่อนผลักดันข้อตกลงหรือความร่วมมือในขั้นสุดท้าย การเดินทางแต่ละครั้งจึงมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่การเดินทางไปเพื่อลุ้นว่าจะเจรจาสำเร็จหรือไม่ แต่เป็นการผลักดันการเจรจาไปสู่ข้อสรุป เพื่อนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและความร่วมมือที่ต่อยอดได้ในอนาคต เชื่อมั่นว่าการเดินทางไปต่างประเทศและการทำงานของทีมไทยแลนด์จะช่วยให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักและได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้น</p>

<p>ส่วนการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings) มีผู้เข้าร่วมจากกว่า 191 ประเทศ ทั้งผู้นำรัฐบาล ผู้ว่าการธนาคารกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพต้องผ่านการพิจารณาหลายด้าน ทั้งความเหมาะสม ความปลอดภัย มาตรฐานสถานที่ และความสะดวก</p>

<p>ในการรองรับผู้เข้าร่วมประชุม นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เมื่อรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ได้เริ่มเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุม ทั้งงบประมาณ การอำนวยความสะดวก การรักษาความปลอดภัย สถานที่ประชุม อาหาร และแผนรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยมองว่าการประชุมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเห็นศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย ทั้งมาตรฐานการจัดงาน ความสะดวกในการเดินทาง และความสามารถในการรองรับการประชุมระดับนานาชาติ เป็นผลจากความสามารถและการทำงานของคนไทย ซึ่งการจัดประชุมระดับโลกยังสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ MICE ที่มีสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. ดูแล หากประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นมากขึ้น จะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดองค์กรธุรกิจ สมาคม และองค์การระหว่างประเทศให้เข้ามาจัดการประชุมในประเทศไทยมากขึ้น ทั้งนี้ประเทศที่เข้าร่วมประชุมกว่า 190 ประเทศ มากกว่าครึ่งมีธุรกรรมการลงทุน หรือการขยายกิจการอยู่ในประเทศไทยแล้ว และการลงทุนจากต่างประเทศในช่วงครึ่งแรกของปีจนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงกว่าตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 30 ขณะที่การส่งออกของประเทศไทยขยายตัวเกือบร้อยละ 25 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบรายเดือน โดยอยู่ในระดับสูงสุดในช่วงประมาณเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา</p>

<p>นอกจากนี้ รัฐบาลได้หารือกับภาคเอกชนตั้งแต่ช่วงต้น เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเพิ่มยอดขาย การดึงดูดนักลงทุน และการขยายโอกาสทางธุรกิจ พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการเศรษฐกิจเพื่อพิจารณาและกลั่นกรองปัญหาอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงลดขั้นตอน ระยะเวลา และกระบวนการตรวจสอบต่าง ๆ ก่อนเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้การดำเนินธุรกิจและการลงทุนคล่องตัวขึ้น โดยมุ่งเพิ่มยอดขายและ</p>

<p>การลงทุน สร้างการจ้างงาน และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ</p>

<p>ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลต่อราคาพลังงานและความจำเป็นในการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมความมั่นคงด้านพลังงานว่า ประเทศไทยมีทรัพยากรพลังงานของตนเอง ทั้งก๊าซธรรมชาติ ลม และแสงอาทิตย์ ที่มีศักยภาพในการนำมาใช้ประโยชน์ โดยจะต้องเดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงาน พร้อมย้ำว่าแม้สถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ</p>

<p>จะส่งผลต่อราคาน้ำมัน ที่ผันผวนตามสถานการณ์และเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ปริมาณน้ำมันที่นำเข้ามากลั่นและใช้ภายในประเทศยังมีเพียงพอจนต้องบริหารจัดการสต็อกและพิจารณาเรื่องการส่งออกน้ำมัน เนื่องจากมีน้ำมันส่วนเกิน แม้ประเทศไทยยังนำเข้าน้ำมันในปริมาณเดิม แต่ประชาชนให้ความร่วมมือในการใช้พลังงานอย่างประหยัด ขณะเดียวกันมีการเปลี่ยนไปใช้พลังงานประเภทอื่นมากขึ้น ทั้งพลังงานไฟฟ้าและพลังงานจากธรรมชาติ รวมถึงการลดการใช้น้ำมันในเครื่องยนต์สันดาป ควบคู่กับการที่รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น โดยมีแนวทางสนับสนุนสินเชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจากการใช้พลังงานน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติไปใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาด อีกทั้งสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งรัฐบาลเปิดโอกาสให้นำไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบจำหน่ายไฟฟ้าของรัฐ และรับเงินจากการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนดังกล่าว เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าของประชาชนและเปิดโอกาสให้ครัวเรือนสร้างรายได้ในระยะยาว หากมีไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบมากขึ้น จะช่วยเพิ่มปริมาณไฟฟ้าสำหรับภาคอุตสาหกรรมและกิจการสาธารณะ โดยรัฐบาลดำเนินนโยบายดังกล่าวมาตลอดช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา และได้รับความสนใจและความร่วมมือจากประชาชน</p>

<p>ส่วนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ปัจจุบันการจ่ายเงินเยียวยาสามารถดำเนินการได้รวดเร็วกว่าที่ผ่านมา ซึ่งในอดีตอาจใช้เวลาถึง 6 เดือน แต่ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้ทันทีเมื่อมีข้อมูลและคุณสมบัติครบถ้วน อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินบางกรณีอาจล่าช้า เนื่องจากต้องตรวจสอบว่าผู้ขอรับความช่วยเหลือมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์หรือไม่ ต้องพิจารณาความช่วยเหลือเป็นรายครัวเรือน ไม่ใช่รายบุคคล เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและความเป็นธรรมในการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ทั้งนี้ในต่างจังหวัดมีระบบตรวจสอบที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นประจำ เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบภัยอยู่บ่อยครั้ง</p>

<p>โดยนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้านมีข้อมูลเกี่ยวกับครัวเรือนและสามารถช่วยยืนยันผู้ประสบภัยได้ แต่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงในลักษณะดังกล่าวได้ไม่บ่อย จึงต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งข้อมูลเจ้าของบ้าน ผู้เช่า ผู้มีบัตรและไม่มีบัตร ตลอดจนบุคคลต่างด้าวและผู้ที่มีสถานะแตกต่างกัน เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณไปถึงผู้ประสบภัยจริงและไม่เกิดการเอาเปรียบกัน</p>

<p>สำหรับการทำงานร่วมกันของคณะรัฐมนตรีเพื่อสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะการทำงานของรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากภาคการเมืองนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การพิจารณาบุคคลเข้าร่วมรัฐบาลคำนึงถึงประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ และผลงานที่ผ่านมา โดยมีทั้งผู้ที่มีประสบการณ์จากระบบราชการและผู้บริหารมืออาชีพจากภาคเอกชน ซึ่งสามารถนำความเชี่ยวชาญมาสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศได้ เช่น</p>

<p>นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้มีประสบการณ์ด้านการต่างประเทศ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้มีประสบการณ์ด้านการคลัง</p>

<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารมืออาชีพจากภาคเอกชน และพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีประสบการณ์จากสายอาชีพทหาร</p>

<p>โดยยืนยันว่าพอใจกับผลงานของรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท พร้อมให้ความมั่นใจว่า หากปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีเจตนารมณ์ที่ดี และยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก สามารถทำงานได้ โดยมีระบบราชการและกฎระเบียบเป็นกรอบในการดำเนินงาน</p>

<p>ส่วนรัฐมนตรีที่มาจากภาคการเมือง ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้บริหารพรรคการเมือง มีบทบาทสำคัญในการรับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับประชาชนและเข้าใจบริบทของพื้นที่ โดยเสียงของประชาชนมีความสำคัญ และรัฐบาลต้องนำข้อเสนอและปัญหาที่ได้รับฟังมาพิจารณาผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม การทำงานของรัฐบาลเป็นการผสานความรู้และประสบการณ์จากภาคการเมือง ภาคราชการ และภาคเอกชน โดยแต่ละฝ่ายมีบทบาทเกื้อหนุนกัน ผู้ที่มีประสบการณ์ในระบบราชการสามารถช่วยหาแนวทางดำเนินงานภายใต้กฎระเบียบ ขณะที่ฝ่ายการเมืองนำเสนอปัญหาและความต้องการของประชาชน</p>

<p>เมื่อทำงานร่วมกันจึงเกิดพลังในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่คณะรัฐมนตรีทำงานด้วยการให้เกียรติและสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือประโยชน์ของประเทศและประชาชน อย่างไรก็ตามการเป็นรัฐบาล สิ่งที่ต้องทำ นอกจากทำงานให้ประชาชนและประเทศชาติแล้ว รัฐบาลยังต้องสร้างความเข้มแข็ง</p>

<p>มีเสถียรภาพสูงสุด เพื่อจะสามารถผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมได้มากที่สุด พร้อมย้ำว่า การทำงานนั้นต้องคิดถึงบ้านเมืองก่อน โดยต้องการวางรากฐานให้ประเทศไทยมีความปลอดภัย มีความพร้อม มีความสงบสามัคคี และมีรากฐานที่ดี</p>

<p>ตลอดระยะในการบริหารรัฐบาลตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ไม่เคยมีความรู้สึกว่าข้าราชการประจำเป็นฝั่งตรงข้าม แต่มองว่าทุกวันนี้เป็นหนึ่งเดียวกัน มีความเข้าใจ ไว้วางใจ และเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน โดยได้รับความร่วมมือ</p>

<p>เป็นอย่างดียิ่งจากข้าราชการประจำ ซึ่งไม่เพียงสนับสนุนการดำเนินนโยบาย แต่ยังช่วยเสนอแนวคิดและต่อยอดการทำงานร่วมกัน เช่น โครงการ &ldquo;คนละครึ่ง&rdquo; และ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; ซึ่งมีการนำแนวคิดจากฝ่ายข้าราชการประจำมาร่วมพัฒนา ถือเป็นโชคดีในการบริหารราชการ จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่และมีความเต็มใจที่จะเร่งแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสที่ดีขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่และรายได้ที่ดีขึ้น ตลอดจนมีความสุขมากขึ้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/202610250bce310f209a26d5ab514eae7fdf4686165210.jpg' type='image/jpg' length='59486' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“วาปี–กุมภะ–คุณทองโบราณ” ชวนเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยว มหกรรมพืชสวนโลก เชื่อมโยง ธรรมชาติสู่อารยธรรมมรดกโลก!]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554031</link>
<guid isPermaLink="false">acece625c0004cb1ceb2f8abfd3cab04</guid>
<pubDate>Sun, 25 Oct 2026 16:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เตรียมออกเดินทางสู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวครั้งสำคัญของจังหวัดอุดรธานี กับ &ldquo;มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569&rdquo; (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) งานพืชสวนระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่</p>

<p>1 พฤศจิกายน 2569 &ndash; 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด &ldquo;Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living&rdquo; หรือ &ldquo;ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน&rdquo;</p>

<p>นอกจากความงดงามของพรรณไม้ สวนนานาชาติ และนวัตกรรมการเกษตรแล้ว อีกหนึ่งสีสันที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวของงานและอัตลักษณ์ท้องถิ่น คือมาสคอตทั้ง 3 ตัว ได้แก่ &ldquo;วาปี&ndash;กุมภะ&rdquo; คู่หูประจำงานมหกรรมพืชสวนโลก และ &ldquo;คุณทองโบราณ&rdquo; มาสคอตประจำจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีเรื่องราวเบื้องหลังเชื่อมโยงตั้งแต่ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ ความงดงามของธรรมชาติ ไปจนถึงภูมิปัญญาและอารยธรรมบ้านเชียงที่สืบทอดมายาวนาน</p>

<p><img alt="🪷" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t4e/1/16/1fab7.png" width="16" /> &ldquo;วาปี&rdquo; ตัวแทนสายน้ำและความอุดมสมบูรณ์</p>

<p>&ldquo;วาปี&rdquo; มีความหมายว่า &ldquo;หนองน้ำ&rdquo; สื่อถึงพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คน พืชพรรณ และสัตว์นานาชนิด สอดคล้องกับสถานที่จัดงานบริเวณหนองแด และแนวคิดหลักของมหกรรมพืชสวนโลกที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ รูปลักษณ์ของวาปีได้รับแรงบันดาลใจจากดอกบัวแดง ซึ่งชวนให้นึกถึง &ldquo;ทะเลบัวแดง&rdquo; ในจังหวัดอุดรธานี แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันโดดเด่นของพื้นที่ ส่วนรายละเอียดชุดและผ้าคลุมรูปทรงกลีบดอกบัวผสานเรื่องราวของอารยธรรมโบราณผ่านลวดลายเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ยังช่วยถ่ายทอดภาพความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและมรดกทางวัฒนธรรม ให้มาอยู่ในตัวละครเดียวกัน วาปีจึงไม่ได้เป็นเพียงมาสคอตน่ารักสำหรับต้อนรับผู้มาเยือน แต่ยังเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์และแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานครั้งนี้</p>

<p><img alt="🏺" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t46/1/16/1f3fa.png" width="16" /> &ldquo;กุมภะ&rdquo; ผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาจากอดีตสู่ปัจจุบัน</p>

<p>&ldquo;กุมภะ&rdquo; มีความหมายว่า &ldquo;หม้อ&rdquo; โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) ในปี 2535 แหล่งโบราณคดีแห่งนี้มีความสำคัญต่อการศึกษาพัฒนาการด้านสังคม วัฒนธรรม เกษตรกรรม และเทคโนโลยีโลหะในยุคก่อนประวัติศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลวดลายเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงเป็นหลักฐานที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และทักษะของผู้คนในอดีต การนำแรงบันดาลใจดังกล่าวมาใช้ในการออกแบบกุมภะจึงเป็นการนำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาถ่ายทอดผ่านตัวละครร่วมสมัย ทำให้มรดกทางวัฒนธรรมเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเมื่อมองคู่กับวาปีที่เป็นตัวแทนของสายน้ำและธรรมชาติ กุมภะจึงช่วยเติมเต็มอีกมิติหนึ่งของงาน นั่นคือการเชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติเข้ากับภูมิปัญญาของมนุษย์ ซึ่งร่วมกันสร้างอัตลักษณ์และเรื่องราวของจังหวัดอุดรธานี</p>

<p><img alt="🐶" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2f/1/16/1f436.png" width="16" /> &ldquo;คุณทองโบราณ&rdquo; มิตรภาพที่เชื่อมโยงผู้คนกับมรดกโลก</p>

<p>&ldquo;คุณทองโบราณ&rdquo; มีที่มาจากโครงกระดูกสุนัขสภาพสมบูรณ์ที่ขุดค้นพบในบริเวณแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เมื่อปี 2546 และได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ต่อมาจังหวัดอุดรธานีได้นำเรื่องราวดังกล่าวมาต่อยอดเป็นมาสคอตประจำจังหวัด เพื่อใช้ส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของจังหวัด การออกแบบคุณทองโบราณยังผสานสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมไว้ในรายละเอียด ทั้งกางเกงรูปทรงไหบ้านเชียงที่สื่อถึงแหล่งอารยธรรมสำคัญ และผ้าพันคอจาก</p>

<p>ผ้ามัดหมี่ย้อมครามที่สะท้อนภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่น ขณะที่รูปลักษณ์ของสุนัขช่วยสื่อถึงความเป็นมิตรและการต้อนรับอย่างอบอุ่น เรื่องราวของคุณทองโบราณจึงเป็นตัวอย่างของการนำหลักฐานทางโบราณคดีมาต่อยอดเป็นสัญลักษณ์ร่วมสมัย ช่วยเชื่อมโยงประวัติศาสตร์เข้ากับการท่องเที่ยว และทำให้เรื่องราวของบ้านเชียงเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น</p>

<p><img alt="📸" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/tde/1/16/1f4f8.png" width="16" /> ใครที่เดินทางไปร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก จะได้พบกับ &ldquo;คุณทองโบราณ&rdquo; คอยส่งยิ้มต้อนรับทุกคนตั้งแต่ทางเข้างาน และจุดแลนด์มาร์กสำคัญที่จัดแสดง ให้ผู้มาเยือนได้ร่วมบันทึกภาพความทรงจำสุดประทับใจตลอดเส้นทาง</p>

<p><img alt="🌿" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t1e/1/16/1f33f.png" width="16" /> 3 มาสคอต 3 เรื่องราว สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มากกว่าความสวยงาม</p>

<p>เมื่อวาปี กุมภะ และคุณทองโบราณมารวมกัน ทั้งสามตัวละครจึงสะท้อนเรื่องราวคนละมิติที่เชื่อมโยงกันอย่างมีความหมาย ได้แก่ ธรรมชาติและสายน้ำ ภูมิปัญญาและอารยธรรมโบราณ และมิตรภาพที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของมหกรรมพืชสวนโลกที่มุ่งนำเสนอความหลากหลายของชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม มาสคอตทั้งสามยังเป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่องราวของจังหวัดอุดรธานีให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวทุกวัย พร้อมสร้างสีสันให้การประชาสัมพันธ์งานมีชีวิตชีวา และชวนให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ว่าความโดดเด่นของอุดรธานีไม่ได้มีเพียงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่ยังมีมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ควรค่าแก่การค้นพบ</p>

<p>ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมพบกับวาปี กุมภะ และคุณทองโบราณ พร้อมสัมผัสความงดงามของพรรณไม้ สวนนานาชาติ นวัตกรรมการเกษตร และเสน่ห์วัฒนธรรมอีสาน ในงาน &ldquo;มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569&rdquo; ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 &ndash; 14 มีนาคม 2570 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00&ndash;20.00 น. ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี จำหน่ายบัตรบุคคลทั่วไปราคา 199 บาท ผ่านเคาน์เตอร์ All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ เว็บไซต์ All Ticket และจุดจำหน่ายบัตรหน้างาน สำหรับบัตรเจ้าบ้านอุดรธานี บัตรเครือสบายดี บัตรกลุ่ม และบัตรเข้าชมฟรีสำหรับผู้มีสิทธิ์ สามารถตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.udonthaniexpo2026.com/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTAAcGRvZgFicmlkETF4N2JTNG1xOUNnUWpFOXdxc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHpKe01zs4vpJnFJPPDEr1E9GyrJFlBfKTvzLL_C3IsmbG4Uo1xOPhlNg5JHf_aem_TwVkjOjlGDXTvrYdtvkpQA" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">www.udonthaniexpo2026.com</a> และติดตามข่าวสารผ่าน Facebook: UdonThaniExpo2026</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/202610257d2e9f5a05aef96561c8fc185bba5f3a165052.jpg' type='image/jpg' length='76469' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เซ็นทรัล เชียงราย เปิดเวที “CHIANGRAI MUAY THAI RISING STARS 2026” ปั้นนักชกรุ่นใหม่ สืบสานศิลปะมวยไทย]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554030</link>
<guid isPermaLink="false">ddfa86ad2bce3793b2314db295bc577e</guid>
<pubDate>Sun, 25 Oct 2026 16:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เชียงราย &ndash; ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ร่วมกับสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย และค่ายมวย ST Muay Thai &amp; MBT Muay Thai จัดกิจกรรม &ldquo;CHIANGRAI MUAY THAI RISING STARS 2026&rdquo; ภายใต้แนวคิด &ldquo;ก้าวแรกบนสังเวียน สู่ดาวรุ่งมวยไทย&rdquo; เปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถด้านกีฬามวยไทย พร้อมส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ และสร้างประสบการณ์การแข่งขันให้แก่นักกีฬารุ่นใหม่</p>

<p>เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 1 โซนทะเลหมอก ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย มีนางชญาณ์นันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนายสายัณห์ นักบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย กล่าวต้อนรับ และนายสุชานนท์ เทพมณีไชย ผู้บริหารบริษัท เอสทีมวยไทยและเอ็มบีทีมวยไทยยิม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน</p>

<p>ภายในงานจัดการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นเยาวชน จำนวน 10 คู่ รวมผู้เข้าแข่งขัน 20 คน เปิดโอกาสให้นักกีฬาได้พัฒนาทักษะ ฝึกฝนความมุ่งมั่น และเรียนรู้ระเบียบวินัย ตลอดจนน้ำใจนักกีฬา ผ่านประสบการณ์บนสังเวียนจริง ท่ามกลางการสนับสนุนจากครอบครัวและประชาชนที่สนใจ</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการแสดงมวยไทยโบราณและคีตะมวยไทยประยุกต์จากนักเรียนของ ST Muay Thai &amp; MBT Muay Thai พร้อมกิจกรรม Muay Thai Clinic เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้เรียนรู้พื้นฐานมวยไทย ทั้งการออกอาวุธ การเคลื่อนที่ และการป้องกันตัว ภายใต้คำแนะนำของครูมวย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ก่อนร่วมชมการแข่งขันในช่วงบ่าย และพิธีมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศพร้อมประกาศนียบัตรแก่นักกีฬาเยาวชนทั้ง 20 คน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาในอนาคต</p>

<p>การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน หน่วยงานด้านกีฬา และค่ายมวยในจังหวัดเชียงราย ที่ร่วมกันเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ ส่งเสริมการออกกำลังกาย และสืบสานมวยไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรมกีฬาเข้ากับการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวและชุมชน</p>

<p>ทั้งนี้ กิจกรรม &ldquo;CHIANGRAI MUAY THAI RISING STARS 2026&rdquo; จัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 1 โซนทะเลหมอก ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยเริ่มกิจกรรมตั้งแต่เวลา 11.00 น. และเริ่มการแข่งขันเวลา 14.30 น. ร่วมส่งกำลังใจให้เยาวชนดาวรุ่งก้าวแรกบนสังเวียน พร้อมเติบโตสู่เส้นทางนักกีฬามวยไทยในอนาคต</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20261025d0595d51da15873dff3ce1e926cc8c2c164957.jpg' type='image/jpg' length='46235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ททท.เชียงราย ชวนอาบป่าดอยตุง ผ่านกิจกรรม “Hello Nature สวัสดีธรรมชาติ” เปิดสัมผัสทั้ง 5 เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554029</link>
<guid isPermaLink="false">fe2d3409fdb97aab1bb6b40275d8ab7f</guid>
<pubDate>Sun, 25 Oct 2026 16:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชวนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติผ่านกิจกรรม &ldquo;Hello Nature&rdquo; ณ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ</p>

<p>การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ครั้งนี้นำผู้เข้าร่วมเดินทางสู่แหล่งเรียนรู้ &ldquo;คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน&quot; พร้อมสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน ณ บ้านลิเซ ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อสัมผัสประสบการณ์ &ldquo;อาบป่า&rdquo; (Forest Bathing) ซึ่งเป็นการเปิดรับธรรมชาติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5</p>

<p>ได้แก่ &quot;ตา&quot; มองความเขียวขจีและความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า &quot;หู&quot; รับฟังเสียงลม เสียงนก และเสียงธรรมชาติรอบตัว &quot;จมูก&quot; สูดกลิ่นดิน ต้นไม้ และไอธรรมชาติ &quot;ลิ้น&quot; สัมผัสรสชาติอาหารและวัตถุดิบจากธรรมชาติ และ &quot;กายสัมผัส&quot; เชื่อมโยงร่างกายกับผืนดินผ่านกิจกรรม Grounding เพื่อเรียนรู้และสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด</p>

<p>นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย กล่าวว่า นอกจากกิจกรรมอาบป่าแล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองและทบทวนประสบการณ์ผ่านกิจกรรม Reflection พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศคาเฟ่ &quot;กาเเฟลิเซ&quot; ท่ามกลางป่าสน และสัมผัสเสน่ห์อาหารชาติพันธุ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น</p>

<p>กิจกรรม &ldquo;Hello Nature สวัสดีธรรมชาติ&quot; เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มากกว่าการเดินทางเพื่อพักผ่อน แต่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้กลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติ เรียนรู้คุณค่าของผืนป่า และเห็นความสำคัญของชุมชนที่มีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเชียงรายสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน</p>

<p>นอกจากนี้ ผอ.ททท. สำนักงานเชียงราย อยากได้เชิญชวนร่วมกิจกรรม Parkใจ อาบดาว อาบฟ้าดอยตุง ระหว่างวันที่12-14 ธันวาคม 2569 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 053-767015-7 ต่อ 23700</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20261025e400b775ec5ee272533edd7e93047454164902.jpg' type='image/jpg' length='328453' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เปิด “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี” 1 พ.ย. 69 - 14 มี.ค. 70 ชูอัตลักษณ์อีสาน สร้างรายได้สู่ชุมชน]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/554028</link>
<guid isPermaLink="false">9f299d4d7f6bca26d6684a2e5313635a</guid>
<pubDate>Sun, 25 Oct 2026 16:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>งาน &ldquo;มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569&rdquo; (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ซึ่งการจัดมหกรรมดังกล่าวได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 &ndash; 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ภายใต้แนวคิด &ldquo;ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน&rdquo; (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living) สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันเกื้อกูลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการพัฒนาภาคการเกษตรให้เติบโตควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและความหลากหลาย ตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมผลักดันจังหวัดอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง</p>

<p>ที่มาของงาน มหกรรมพืชสวนโลก (The International Horticultural Exhibition) เป็นงานจัดแสดงด้านพืชสวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (The International Association of Horticultural Producers - AIPH) เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1960 (พ.ศ. 2503) ณ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และมีการจัดต่อเนื่อง หมุนเวียนประเทศเจ้าภาพภายในภาคีสมาชิก 65 ประเทศ โดยมีระยะเวลาจัดงานตั้งแต่ 8 วัน &ndash; 180 วัน (6 เดือน) แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ 1. World Horticultural Exposition 2. International Horticultural Exhibition 3. International Horticultural Show 4. International Horticultural Trade Exhibition สำหรับประเทศไทยได้มีโอกาสจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ ณ จังหวัดเชียงใหม่ มาแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ ปี พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2554 โดยมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 จัดในรูปแบบ World Horticultural Exposition ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 &ndash; 31 มกราคม พ.ศ. 2550</p>

<p>ที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้เข้าชม 3.8 ล้านคน สร้างรายได้ประมาณ 23,000 ล้านบาท ส่วนมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ จัดในรูปแบบ International Horticultural Exhibition ระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2555 ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้เข้าชม 2.2 ล้านคน สร้างรายได้ 16,000 ล้านบาท</p>

<p>สำหรับการจัดมหกรรมพืชสวนโลก ครั้งนี้ที่จังหวัดอุดรธานีมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดอุดรธานีที่มุ่งสู่การเป็น &ldquo;เมืองอัจฉริยะ ศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และไมซ์ (MICE) ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง&rdquo; อีกทั้งมุ่งผลักดันให้ มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) วัดป่าภูก้อน คำชะโนด และ ทะเลบัวแดง ซึ่ง CNN ยกย่องให้เป็นหนึ่งใน 15 ทะเลสาบที่แปลกที่สุดในโลก พร้อมเชื่อมโยงการท่องเที่ยวสู่จังหวัดใกล้เคียงและอนุภูมิภาค</p>

<p>ลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค</p>

<p>การจัดมหกรรมนี้ได้รวบรวมพืชพรรณ การออกแบบสวน และองค์ความรู้ด้านการเกษตรไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งสวนนานาชาติ การจัดแสดงพรรณไม้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ตลอดจนการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรสามารถนำแนวคิดด้านการจัดการการผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และนวัตกรรมที่เหมาะสมกลับไปปรับใช้ ขณะที่ประชาชนและเยาวชนจะได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ ผ่านการจัดแสดงและกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน รวมถึงได้สัมผัสภูมิปัญญาและวัฒนธรรมพื้นถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีประเทศภาคีสมาชิกและองค์กรนานาชาติตอบรับเข้าร่วมจัดแสดงสวนนานาชาติรวม 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็น สวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และ สวนนานาชาติภายในอาคาร 16 สวน พร้อมด้วย สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน ภายในงานยังมีสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน รวบรวมพรรณไม้เด่นและพรรณไม้หายากจากทั่วโลกจำนวนหลายหมื่นต้น อาทิ สวนนุ่นยักษ์จากทวีปอเมริกาใต้ สวนอินทผลัมยักษ์ สวนเบาบับด่าง สวนมะกอกโอลีฟ ต้นงิ้ว สนใบพาย และไม้ดัดรูปทรงแปลกตาจากประเทศจีน ซึ่งบางต้นมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท พร้อมจัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนรวมกว่า 1 ล้านต้น ตลอดระยะ เวลาการจัดงาน มีการจัดนิทรรศการ 16 นิทรรศการ แบ่งเป็น นิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร 8 นิทรรศการ และนิทรรศการภายนอกอาคาร 8 นิทรรศการ การประกวดพืชพรรณ 7 ประเภท และกิจกรรมประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และนวัตกรรมสีเขียว</p>

<p>แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 โซนสำคัญ ได้แก่ 1. โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการข้อมูลแก่ผู้เข้าชม 2. โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก นำเสนอความงดงามและความหลากหลายของพรรณไม้ พร้อมอาคารสำคัญ เช่น เรือนอีสาน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น 3. โซนสวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจากประเทศและองค์กรนานาชาติ 4. โซนนิทรรศการภายในอาคาร ประกอบด้วย อาคารเรือนกระจก สำหรับจัดแสดงนิทรรศการวิชาการหมุนเวียนและการประกวดพืชพรรณ อาคารอำนวยการ สำหรับจัดแสดงสวนนานาชาติภายในอาคาร โรงเรือนไม้ในร่มที่จัดแสดงไม้ประดับและกล้วยไม้ และโรงเรือนจัดแสดงสวนพืชทะเลทราย ที่จัดแสดงพืชตระกูลแคคตัส 5. โซนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคาร อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการไม้ผลและเทคโนโลยีการเกษตร สวนไม้ดอกไม้ประดับ กล้วยไม้ และสวนบัว รวมทั้งนิทรรศการคาร์บอนเครดิต และ 6. โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ ถ่ายทอดความหลากหลายของพรรณไม้และองค์ความรู้ด้านการเพาะขยายพันธุ์พืช เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ ควบคู่กับการเรียนรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมตลอดเส้นทางการเยี่ยมชม</p>

<p>อีกหนึ่งจุดเด่นคือสถาปัตยกรรมที่ผสานอัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานเข้ากับธรรมชาติ ด้วยการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ได้แก่ 1. อาคารประชาสัมพันธ์ หรือ &ldquo;อาคารรูปไห&rdquo; ที่ได้รับ</p>

<p>แรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง และ &ldquo;ข้อง&rdquo; ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่สำหรับใส่ปลา 2. อาคารเฉลิมพระเกียรติ ที่ผสานแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัวโดยภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย &ldquo;พระพุทธภัทรบรมสุข&rdquo; พร้อมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ &ldquo;ผลพระคุณ ธ รักษา&rdquo; และนิทรรศการ &ldquo;134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้&rdquo;</p>

<p>3. อาคารอำนวยการ หรือ &ldquo;อาคารรูปไซ&rdquo; ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน 4. อาคารเรือนกระจก ได้รับแรงบันดาลใจจาก &ldquo;เฮือนแฝด&rdquo; ผสานการออกแบบร่วมสมัย เน้นความโปร่งโล่งและการถ่ายเทอากาศ</p>

<p>5. หมู่บ้านอีสาน ถ่ายทอดวิถีชีวิตและความผูกพันของครอบครัวชาวอีสาน ผ่านการจำลองเรือนพื้นถิ่นดั้งเดิมรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง เฮือนเกย เรือนอีสานที่มีพื้นที่ส่วนต่อขยายจากตัวบ้านใช้สำหรับทำกิจกรรมและพักผ่อน</p>

<p>ในชีวิตประจำวัน ภายในจัดแสดงนิทรรศการถ่ายทอดภูมิปัญญาสมุนไพรอีสานและการแพทย์แผนไทย โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมกับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมกิจกรรมเรียนรู้ด้านสมุนไพรและการดูแลสุขภาพตามภูมิปัญญาไทย เฮือนแฝดและเฮือนไฟ โดยเฮือนแฝดเป็นเรือนสองหลังที่ตั้งชิดกันและใช้โครงสร้างร่วมกัน ส่วนเฮือนไฟเป็นเรือนครัวที่สร้างแยกจากตัวบ้าน ใช้สำหรับประกอบอาหารและกิจกรรมภายในครัวเรือน ภายในนำเสนอนิทรรศการภายใต้แนวคิด &ldquo;พืชสร้างสุข: From Farm to Clinic to Home&rdquo; โดยคณะแพทยศาสตร์</p>

<p>ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับโรงพยาบาลธนบุรี และกรมวิชาการเกษตร ถ่ายทอดการเชื่อมโยงตั้งแต่การปลูกพืชสมุนไพรคุณภาพ การแพทย์แผนไทยที่ส่งเสริมสุขภาวะและการมีอายุยืนยาว (Wellness &amp; Longevity) โดยผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับวิถีอีสานร่วมสมัย และ เฮือนโข่ง เรือนที่สร้างแยกจากเรือนใหญ่ แต่อยู่ภายในบริเวณเดียวกัน โดยมีชานเป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างเรือน ขณะที่โครงสร้างพื้นและหลังคาแยกออกจากกัน ภายในจัดแสดงนิทรรศการถ่ายทอดภูมิปัญญาและวิถีเกษตรอีสานผ่านเรื่องราวของ หม่อนไหมและข้าว</p>

<p>กิจกรรมสำคัญภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 10 ปี และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 6 รอบ พร้อมจัดแสดงพระราชกรณียกิจ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร นอกจากนี้</p>

<p>ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการตลอด 134 วัน ณ &ldquo;ลานตุ้มโฮม&rdquo; รวมถึงเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ ตลอดจน &ldquo;ตลาดชุมชนริมน้ำ&rdquo; ที่รวบรวมร้านค้าท้องถิ่น 50 ร้าน หมุนเวียนจำหน่ายอาหาร สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้แนวคิดตลาดรักษ์โลกที่มุ่งลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมการคัดแยกขยะ นอกจากนี้ ยังมีเทศกาลสำคัญตลอดการจัดงาน ได้แก่ เทศกาลลอยกระทง วันพ่อแห่งชาติและวันดินโลก เทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2569 ต้อนรับปีใหม่ 2570 และ งานเฉลิมฉลองครบรอบ 134 ปี จังหวัดอุดรธานี</p>

<p>สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชม มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ผู้จัดงานได้จัดให้มีลานจอดรถภายนอกพื้นที่จัดงาน พร้อมบริการ รถรับ&ndash;ส่ง (Shuttle Bus) เชื่อมต่อจากลานจอดรถเข้าสู่บริเวณ อาคารต้อนรับ (Welcome Center) เพื่อลดปริมาณยานพาหนะและควบคุมการจราจรภายในพื้นที่จัดงาน ขณะที่การเดินทางภายในพื้นที่จัดงาน มีบริการ รถรางพลังงานไฟฟ้า รับ&ndash;ส่งผู้เข้าชม ทุก 10 นาที ณ จุดจอดที่กำหนด โดยให้บริการหมุนเวียนรอบพื้นที่จัดงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างโซนต่าง ๆ ลดการใช้ยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สอดคล้องกับแนวคิดการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมุ่งสู่ความยั่งยืน โดยบัตรเข้าชม แบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ ดังนี้</p>

<p>1. บัตรบุคคลทั่วไป สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ ราคา 199 บาท เข้าชมได้ 1 วัน สามารถซื้อได้สูงสุด 14 ใบต่อครั้ง จำหน่ายผ่านเว็บไซต์ <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.allticket.com%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAcGRvZgFicmlkETF4N2JTNG1xOUNnUWpFOXdxc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHpKe01zs4vpJnFJPPDEr1E9GyrJFlBfKTvzLL_C3IsmbG4Uo1xOPhlNg5JHf_aem_TwVkjOjlGDXTvrYdtvkpQA&amp;h=AUAn2jh4v6_zU0x3GKJAAoVmKwb5EaboSPgoRl2CAMaI4-11KMDzRorNvmDZNj-txk_Ln6FVLPKWDiC0Yq9hdu7AwhlTk-y-sO_qwAHS-gBCHLyTGyHi58_Bei_rmwk5z17eUoBExFAYJbda&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AUBYhzxdS237XdreP_F9DErLHgl2ljsL7pPEOvohQ0wzET79kexpxa-ulOX_oOhKuQBfEM67LIp_VUHRAVGOsI69xJ4efnx678-SPIp3YgtaceB5ZFZddUW85w-MfoKbZzXUujKjBfkL7ouSd5bjzhrJu26XEOQZX81IvuJLOUYpkkld6P9s0iMdhGk0lrMC8jO7f8BsauyrNWC7yG5F_4x84A" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">www.allticket.com</a> เคาน์เตอร์ All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขา</p>

<p>ทั่วประเทศ และจุดจำหน่ายบัตรบริเวณหน้างาน</p>

<p>2. บัตรเจ้าบ้านอุดรธานี ราคา 199 บาท เข้าชมได้ตลอดการจัดงาน 134 วัน สำหรับประชาชนที่ถือบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งระบุภูมิลำเนาในจังหวัดอุดรธานี จำกัดสิทธิ์ซื้อบัตร 1 ใบต่อคน จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์</p>

<p>All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และจุดจำหน่ายบัตรบริเวณหน้างาน</p>

<p>3. บัตรเครือสบายดี ราคา 199 บาท เข้าชมได้ 30 วัน สำหรับประชาชนที่ถือบัตรประจำตัวประชาชน</p>

<p>ซึ่งระบุภูมิลำเนาใน 4 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และบึงกาฬ จำกัดสิทธิ์ซื้อบัตร 1 ใบต่อคน สามารถเข้าชมงานได้ต่อเนื่อง 30 วันหลังจากซื้อบัตร และซื้อบัตรใหม่ได้เมื่อบัตรเดิมหมดอายุ โดยตรวจสอบสิทธิ์ด้วยบัตรประจำตัวประชาชน จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และ</p>

<p>จุดจำหน่ายบัตรบริเวณหน้างาน</p>

<p>4. บัตรแบบกลุ่ม บัตรเข้าชมงาน 1 วัน ราคาพิเศษตามจำนวนการซื้อ สำหรับผู้ประกอบการหรือหน่วยงาน ได้แก่ บริษัทนำเที่ยว ธุรกิจโรงแรม ผู้ประกอบการขนส่งมวลชน สถานศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และมหาวิทยาลัย ลงทะเบียนขอซื้อบัตรเข้าชมงานแบบกลุ่มผ่าน LINE Official Account: @organizer.udonexpo และจัดส่งบัตรทางไปรษณีย์เท่านั้น</p>

<p>5. บัตรสิทธิพิเศษเฉพาะชาวไทย (Complimentary) เข้าชมฟรี 1 วัน สำหรับผู้มีสิทธิ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยสามารถรับบัตรได้ที่จุดจำหน่ายบัตรบริเวณหน้างานเท่านั้น แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. พระภิกษุ ภิกษุณี สามเณร และแม่ชี แสดงหนังสือสุทธิ หนังสือสุทธิบรรณ หรือหนังสือรับรองจากวัด เพื่อยืนยันสิทธิ์ 2. เด็กอายุ</p>

<p>ไม่เกิน 15 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป แสดงบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อยืนยันสิทธิ์ 3. ผู้พิการ แสดงบัตรประจำตัวคนพิการ เพื่อยืนยันสิทธิ์ 4. นักเรียนระดับไม่เกินมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่เดินทางมาทัศนศึกษากับสถานศึกษา โดยสถานศึกษาจะต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่าน LINE Official Account: @organizer.udonexpo</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/2026102532d728242fe522eb950fcbb6f23e71eb164757.jpg' type='image/jpg' length='63554' />
</item>
</channel>
</rss>
