<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั่วไป]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[เชียงรายเปิดการแข่งขันกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” สานสัมพันธ์คนทำงาน ภายใต้แนวคิด “รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน”]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/538483</link>
<guid isPermaLink="false">b570d6687062dd883a1da8a52466d863</guid>
<pubDate>Fri, 02 Oct 2026 19:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 17.00 น. ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (สนามกีฬากลาง) นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา &ldquo;เจียงฮายสัมพันธ์ 69&rdquo; โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมกิจกรรมและร่วมการแข่งขันกีฬาอย่างคึกคัก</p>

<p>ในการนี้ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมให้บุคลากรได้ออกกำลังกาย สร้างเสริมสุขภาพและพลานามัยที่ดี ควบคู่ไปกับการสร้างความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดี และการมีส่วนร่วมระหว่างบุคลากรจากหลากหลายหน่วยงาน</p>

<p>การแข่งขันกีฬา &ldquo;เจียงฮายสัมพันธ์ 69&rdquo; จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งการแข่งขันเพื่อชัยชนะเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการพบปะ พูดคุย และทำความรู้จักกันมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวคิด &ldquo;รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน&rdquo; ที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่าย ความเข้าใจ และความร่วมมือระหว่างกัน</p>

<p>บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม และมิตรภาพ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างร่วมแรงร่วมใจกันอย่างอบอุ่น แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีของชาวเชียงราย ที่พร้อมก้าวไปข้างหน้าและร่วมกันพัฒนาจังหวัดเชียงรายให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น</p>

<p>&ldquo;เจียงฮายสัมพันธ์ 69&rdquo; จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ใช้กีฬาเป็นสื่อกลาง เชื่อมความสัมพันธ์ของคนทำงานจากทุกภาคส่วน สร้างสุขภาพ สร้างมิตรภาพ และสร้างพลังแห่งความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนเชียงรายไปด้วยกันอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน</p>

<p>ภาพ:ข่าว // สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20260904ec1206885384be91ed6d6417adaf5cf7095450.jpg' type='image/jpg' length='170076' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[🌊 น้ำสายลดลงต่อเนื่อง หลังเฝ้าระวังตลอดคืน]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540931</link>
<guid isPermaLink="false">b7567956ceaba7282f47820004667641</guid>
<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 17:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เช้าวันนี้ (11 ก.ย. 69) เวลา 08.00 น. สถานการณ์แม่น้ำสายในพื้นที่ อ.แม่สาย ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง ท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีฝนตก และยังไม่มีรายงานอุทกภัยในพื้นที่</p>

<p><img alt="📍" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/1f4cd.png" width="16" /> สถานีบ้านโจตาดา</p>

<p>ระดับน้ำปัจจุบัน 1.82 ม. ต่ำกว่าระดับเฝ้าระวัง 1.94 ม. ถือว่าอยู่ในระดับปกติ</p>

<p><img alt="📍" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t2d/1/16/1f4cd.png" width="16" /> สถานีสะพานมิตรภาพไทย&ndash;เมียนมา แห่งที่ 1</p>

<p>ระดับน้ำปัจจุบัน 3.603 ม. ยังอยู่ในระดับปริมาณมาก แต่ระดับน้ำลดลงแล้ว และห่างจากใต้สะพานประมาณ 60 ซม.</p>

<p>โดยรวมสถานการณ์ขณะนี้ ยังปกติ แต่ยังคงขอให้ประชาชนในพื้นที่ริมน้ำสายติดตามระดับน้ำและประกาศแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด <img alt="💧" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t42/1/16/1f4a7.png" width="16" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20260911c68b3cea176812aedaa34a8dd4e69328175351.jpg' type='image/jpg' length='281955' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“คลัง” เปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ใช้ข้อมูลยอดขายจริง ช่วยผู้ค้ารายย่อย SMEs เข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้น]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540930</link>
<guid isPermaLink="false">0519abb87ab570e93fd282bc172970d3</guid>
<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 17:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงการคลังเปิดตัวโครงการ &ldquo;สินเชื่อ AI นกกระซิบ&rdquo; เพื่อช่วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้น โดยนำข้อมูลยอดขายที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการที่มีรายได้และยอดขายจริง แต่ยังขาดเอกสารหรือข้อมูลทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ</p>

<p>(10 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)</p>

<p>ร่วมเปิดตัวโครงการ &ldquo;สินเชื่อ AI นกกระซิบ&rdquo; ณ กระทรวงการคลัง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น และนำข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงจากการดำเนินธุรกิจมาใช้สะท้อนศักยภาพของกิจการ</p>

<p>นายเอกนิติ กล่าวว่า ที่ผ่านมา มาตรการไทยช่วยไทย พลัส มีส่วนช่วยประคับประคองกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs ได้เป็นอย่างดี แต่การช่วยให้ผู้ประกอบการขายได้ดีขึ้นในวันนี้ยังไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องการช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในวันข้างหน้าด้วย โดยหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ คือ AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้ว 3 เดือน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลของตนเองมาใช้บริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการวิเคราะห์ยอดขาย ดูแนวโน้มรายได้ วางแผนธุรกิจ และเปรียบเทียบผลประกอบการกับร้านค้าใกล้เคียงหรือร้านค้าประเภทเดียวกัน โดยก้าวต่อไปของ AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; คือการนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้แก้ไขปัญหาสำคัญที่ผู้ประกอบการจำนวนมากเผชิญอยู่ คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากผู้ประกอบการหลายรายมีรายได้จริง มีลูกค้าจริง และมียอดขายจริง แต่ยังมีข้อจำกัดในการจัดทำเอกสารหรือแสดงข้อมูลทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินสามารถนำไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อได้ ส่งผลให้</p>

<p>แม้ธุรกิจจะมีศักยภาพ แต่ข้อมูลที่สามารถใช้พิสูจน์ศักยภาพดังกล่าวยังไม่เพียงพอ ดังนั้น โครงการ &ldquo;สินเชื่อ AI นกกระซิบ&rdquo; จึงเข้ามาช่วยลดช่องว่างดังกล่าว โดยนำรายงานยอดขายที่เกิดขึ้นจริงจากการประกอบธุรกิจมาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการ เพื่อให้การยื่นขอสินเชื่อมีความสะดวกมากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ</p>

<p>นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ศึกษาความต้องการและข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs และประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อพัฒนาโครงการ &ldquo;สินเชื่อ AI นกกระซิบ&rdquo; ขึ้น โดย AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; เป็นบริการภายในแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; ซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายของผู้ประกอบการ รวมถึงยอดขายจากโครงการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทย พลัส และคนละครึ่ง พลัส เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อตรวจสอบยอดขาย วิเคราะห์แนวโน้ม วางแผนธุรกิจ และเปรียบเทียบกับร้านค้าอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงหรือร้านค้าประเภทเดียวกัน เมื่อมีข้อมูลธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ผู้ประกอบการก็สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการได้ โดยสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อและการค้ำประกันภายใต้โครงการ ประกอบด้วย</p>

<p>1. &ldquo;สินเชื่อนกกระซิบเพื่อร้านค้าถุงเงิน&rdquo; ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)</p>

<p>ธนาคารกรุงไทยได้จัดทำสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก การบริการ และร้านค้าออนไลน์ ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่ 1) สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก สำหรับร้านค้าที่ใช้ AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; บนแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; วงเงินสินเชื่อสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ร้อยละ 3.5 ต่อปี คงที่ใน 2 ปีแรก และ</p>

<p>2) สินเชื่อสิบหมื่น เพื่อเป็นเงินก้อนสำหรับพ่อค้าแม่ค้าถุงเงิน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 500,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ร้อยละ 11 ต่อปี และผ่อนเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน โดยทั้ง 2 โครงการไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ</p>

<p>2. สินเชื่อ &ldquo;ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ&rdquo; ของธนาคารออมสิน</p>

<p>โดยธนาคารออมสิน ได้จัดทำสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้บริการแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo;</p>

<p>โดยนำข้อมูลยอดขายและประวัติการรับชำระเงินผ่าน QR มาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลเชิงพฤติกรรมและระบบประเมินเครดิตของธนาคาร เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย โดยอนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุด 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน ไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ</p>

<p>3. โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส และโครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส ของ บสย.</p>

<p>บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ร่วมสนับสนุนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ที่ขาดหลักประกันหรือผู้ค้ำประกันให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ 2 โครงการหลัก ได้แก่ 1) โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส และ 2) โครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส โดยมีวงเงินค้ำประกันต่อรายเริ่มต้นตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาท ตามประเภทของโครงการ ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเริ่มต้นที่ร้อยละ 1 ต่อปี โดยคิดค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง พร้อมยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันและยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน เพื่อช่วยลดข้อจำกัดและต้นทุนในการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการ</p>

<p>นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ยังร่วมจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อภายใต้โครงการ &ldquo;สินเชื่อ AI นกกระซิบ&rdquo; เพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่อง และการขยายกิจการของผู้ประกอบการ</p>

<p>ในแต่ละกลุ่ม ดังนั้น โครงการ &ldquo;สินเชื่อ AI นกกระซิบ&rdquo; จึงเป็นการต่อยอดการใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลยอดขายจริงของผู้ประกอบการ จากเดิมที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและวางแผนธุรกิจ ไปสู่การใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs</p>

<p>ที่มีศักยภาพแต่มีข้อจำกัดด้านเอกสารทางการเงิน สามารถใช้ข้อมูลจากการประกอบธุรกิจจริงมาสนับสนุนการยื่นขอสินเชื่อ เพิ่มสภาพคล่อง เงินทุนหมุนเวียน และโอกาสในการขยายกิจการ ตลอดจนช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการไทยในระยะต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/2026091197bafa92a14538dbe2364c4d0ead3fe2175156.jpg' type='image/jpg' length='62270' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สถานการณ์แม่น้ำสาย อ.แม่สาย ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง หลังจังหวัดเชียงรายบูรณาการเปิดทางน้ำ และเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540929</link>
<guid isPermaLink="false">0d7e1613c02bf10b7231c6997a1e14e1</guid>
<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 17:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สถานการณ์แม่น้ำสายในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ล่าสุดวันนี้ (11 ก.ย. 69) เวลา 10.00 น. ระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีฝนตกในพื้นที่ และยังไม่มีรายงานอุทกภัยเกิดขึ้น โดยระดับน้ำบริเวณสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อยู่ที่ 396.13 (ม.รทก.) จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ต่ำกว่าตลิ่ง 1.46 เมตร ส่วนบริเวณบ้านโจตาดา ระดับน้ำอยู่ที่ 513.50 ม.รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 0.90 เมตร ซึ่งภาพรวมสถานการณ์ยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ริมแม่น้ำสายติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด</p>

<p>สืบเนื่องจากช่วงบ่ายของวันที่ 10 กันยายน 2569 เกิดฝนตกหนักบริเวณต้นน้ำในฝั่งประเทศเมียนมา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้นายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ทำการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อให้ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำสายขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงทันที ต่อมาในช่วงเวลา 18.30 - 22.00 น. นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย ร่วมกับ นายอนุชา ยอดเชียงคำ นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าเร่งกำจัดเศษขยะและท่อนไม้ที่ติดค้างบริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 เพื่อเปิดทางไหลและเร่งการระบายน้ำ พร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงรองรับประชาชนและกลุ่มเปราะบาง</p>

<p>ทั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนวันที่ 10 กันยายน 2569 ได้เกิดเหตุผนังกั้นแม่น้ำสายบริเวณฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา (หลังสำนักสงฆ์เกาะทราย) ได้แตกชำรุด ส่งผลให้มวลน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจของ จ.ท่าขี้เหล็ก อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการน้ำและการกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในฝั่งไทยสามารถช่วยระบายน้ำได้ดีขึ้น ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่อำเภอแม่สายทรงตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงยังคงเฝ้าระวังพื้นที่ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน</p>

<p>ขอบคุณภาพ : พงศกร ตันสุวรรณ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/2026091124ad96adc50a92113721a9a41381ac63175005.jpg' type='image/jpg' length='305148' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดประชุมติดตามผลโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง กลุ่มที่ 2 มุ่งบูรณาการทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540928</link>
<guid isPermaLink="false">13b04b5adcf2e34b623853a6799326f4</guid>
<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 17:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (11 กันยายน 2569) นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง กลุ่มที่ 2 (เชียงราย) ครั้งที่ 1/2569 และคณะทำงานโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง กลุ่มที่ 2 (เชียงราย) ครั้งที่ 7/2569 เรื่อง &ldquo;การติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง กลุ่มที่ 2&rdquo; ณ โรงแรมเวียงอินทร์ เชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย</p>

<p>นางสาวทินรัตน์ พิทักษ์พงศ์เจริญ รอง ผอ.สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงด้านหารพัฒนา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง กลุ่มที่ 2 (เชียงราย) เพื่อเปิดโอกาสให้คณะทำงานและหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานและรายงานความก้าวหน้าประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และหารือแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป</p>

<p>ทั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้การดำเนินงานโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงเกิดการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม สามารถขับเคลื่อนแผนงาน โครงการ และงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย ตลอดจนตอบสนองต่อความต้องการและบริบทของประชาชนในพื้นที่สูงได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>

<p>สำหรับการประชุม ได้มีการพิจารณาและติดตามประเด็นสำคัญ อาทิ การรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง กลุ่มที่ 2 (เชียงราย) ครั้งที่ผ่านมา รวมถึงการรับทราบสรุปผลการดำเนินงานด้านการวิจัยและเทคโนโลยีในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง กลุ่มที่ 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)</p>

<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานด้านการรับรองและยกระดับมาตรฐานการผลิตเกษตรปลอดการเผาของเกษตรกร ภายใต้เครื่องหมาย Eco Brand ตลอดจนการสรุปแผนงาน งบประมาณ และรายงานผลความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงานแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง กลุ่มที่ 2 (เชียงราย) ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</p>

<p>การประชุมในครั้งนี้จึงนับเป็นเวทีสำคัญในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานภาคี และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันติดตามผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การพัฒนาอาชีพและการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาพื้นที่สูงของจังหวัดเชียงรายอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20260911555e4601d0eb00389ef12da3475db7e2174909.jpg' type='image/jpg' length='206270' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สทนช. ระดมความคิดเห็นกลุ่มย่อย นำกระบวนการ SEA ปรับปรุงแผนแม่บทจัดการน้ำลุ่มน้ำโขงเหนือ]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540927</link>
<guid isPermaLink="false">9ec677174a7077c0e3e326ec74a2af35</guid>
<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 17:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จัดการประชุมกลุ่มย่อย ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำโขงเหนือ ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 &ndash; 2580) ในวันที่ 11 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม เดอ เอ็มเบรช แกรนด์รูม โรงแรมเดอะฮัก เชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนต่อขอบเขตการศึกษาและข้อมูลพื้นฐานในพื้นที่</p>

<p>การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นรวม 7 เวที ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ พะเยา เชียงราย และเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 7 &ndash; 15 กันยายน 2569 เพื่อบูรณาการการมีส่วนร่วมตามกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) โดยเน้นการระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ และทางเลือกการพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ ตลอดจนการร่วมกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินทางเลือกตามแนวทาง SEA</p>

<p>การจัดทำแผนแม่บทดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำโขงเหนืออย่างเป็นระบบ แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร และรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20260911cdc6d9fd80bd05073aa74f6f4ee6c580174801.jpg' type='image/jpg' length='131116' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ ร่วมไว้อาลัยด้วยความอาลัยยิ่ง  สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540926</link>
<guid isPermaLink="false">2a5e9cfcf04995709f771869cdb89356</guid>
<pubDate>Fri, 11 Sep 2026 17:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="🖤" height="16" referrerpolicy="origin-when-cross-origin" src="https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t0/1/16/1f5a4.png" width="16" /> ร่วมไว้อาลัยด้วยความอาลัยยิ่ง</p>

<p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์</p>

<p>ขอน้อมรำลึกถึงคุณงามความดีและคุณูปการที่ท่านได้สร้างไว้ต่อกรมประชาสัมพันธ์ตลอดมา</p>

<p>ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพ</p>

<p>ด้วยรักและอาลัยยิ่ง</p>

<p>สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20260911d8b90a4e08e6684e4b1922e40a5fbc84174706.jpg' type='image/jpg' length='171611' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เริ่มสมัครวันนี้ 10 ก.ย. 69 เปิดรับสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด–หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540653</link>
<guid isPermaLink="false">c5bf390d189dcdba95b6d789b32b4ec3</guid>
<pubDate>Thu, 10 Sep 2026 17:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(10 ก.ย. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย รัฐบาลเชิญชวนชายไทยที่มีอายุระหว่าง 18 &ndash; 26 ปีบริบูรณ์ ที่มีความสนใจประกอบอาชีพทหารและร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองทัพ สมัครเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในรูปแบบ &ldquo;พลทหารอาสา&rdquo; ประจำปี 2570 สามารถสมัครได้ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ <a href="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Frcm.rta.mi.th%2F%3Ffbclid%3DIwcGRvZgFleHRuA2FlbQIxMABicmlkETExSTh5VWJ1QTFzRVhxQWpsc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHjXWsxA3aC8QSenNd0QAhpZut34N_Pjd7xgPXZaFDoqajx3w2fT5UoFtP4Vc_aem_vRz6V7uS9QKxfQZ-EsDTAg&amp;h=AUBikabQFuGJmpAxAL5A06cxuArXqsqYUiL9M7vKLVc1qPT-ZnN7nTLD_IhriavSraMNlAKO8S7ndH1X8pwJHDJLXo5grVNvsnAV71S3XTUu_q9tU4CaJ028_aiC3RQYVP_ZiPbOuCOj2O2l&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AUCxvYOsTizonpw0oRB7UqZe9MoKwsRbW_q9j_d0ckL_hCj31GoE4pb3QvufKn8xJM3WkCDNfwBMQWpzZv8KxU65eF8wnP4t8SFmfZ1vIr6AP99Prp1-kO4XRzqWIo7EDGn5isHRAQz04IYA0ckj_Jf0L9HqvNFuDd4h2c9EdA" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">http://rcm.rta.mi.th</a> หรือสมัครด้วยตนเอง ณ หน่วยทหารสังกัดกองทัพบกที่เปิดรับสมัครทั้ง 221 หน่วย รวมทั้งที่สำนักงานสัสดีอำเภอหรือสำนักงานสัสดีจังหวัด ได้ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 ถึง 24 มกราคม 2570 โดยกองทัพบกเปิดรับจำนวนทั้งสิ้น 18,784 อัตรา ซึ่งเป็นการคัดสรรกำลังพลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบกรูปแบบใหม่ ทดแทนโครงการ &ldquo;พลทหารออนไลน์&rdquo; ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม โดยผู้สมัครสามารถเลือกผลัดและหน่วยทหารที่ต้องการปฏิบัติงานได้ทั่วประเทศ รวม 221 หน่วย</p>

<p>นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า &ldquo;พลทหารอาสา&rdquo; คือทหารกองประจำการที่สมัครใจเข้าปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะการทำสัญญาจ้างเป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งจะได้รับการฝึกและปฏิบัติงานภายในหน่วยเช่นเดียวกับทหารกองประจำการทั่วไป แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของโครงการ คือ ได้รับเงินเดือนเริ่มต้น เดือนละ 12,090 บาท และค่าตอบแทนพิเศษ เดือนละ 2,880 บาท (สำหรับเป็นค่าอาหารหรือค่าประกอบเลี้ยง) นอกจากนี้ ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่พลทหารอาสาตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะได้รับโควตาในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ในกลุ่มโควตาทหารกองประจำการ ที่กำหนดที่นั่งร้อยละ 80 ของยอดการเปิดรับนักเรียนนายสิบทั้งหมด ในประเภทเดียวกับพลทหารออนไลน์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30 ของที่นั่งในโควตาดังกล่าว หรือเท่ากับ 453 อัตรา รวมทั้งการได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษในภาควิชาการในการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการในกองทัพบก เริ่มต้นที่ร้อยละ 5 ด้วย ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้และเปิดโอกาสต่อยอดในเส้นทางทหารอาชีพให้กับผู้สมัครใจเป็นพลทหารอาสา ควบคู่กับการได้รับโอกาสอื่นๆ อาทิ การฝึกทักษะทางวิชาชีพ และการเรียนการสอนผ่านระบบการศึกษานอกเวลา ทำให้ได้รับวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้นระหว่างช่วงเข้ารับราชการ</p>

<p>&ldquo;โอกาสในการรับใช้ชาติ พร้อมโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพมาถึงแล้ว รัฐบาลเชิญชวนชายไทยไม่จำกัดวุฒิการศึกษาที่สนใจเข้ารับราชการทหารได้ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง โดยจะได้รับการดูแลและส่งเสริมโอกาสอย่างครอบคลุม ตลอดจนพัฒนาสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องและเท่าทันต่อสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน&rdquo; นางสาวพลอยทะเล กล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20260910f334332718bda370d33ef56b9385dc68173736.jpg' type='image/jpg' length='95434' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลดันธุรกิจไทยโตไปกับคลื่นลงทุนใหม่ ไฟเขียว 55 โครงการ อัปเกรด AI–ระบบอัตโนมัติ พร้อมสร้างคนทักษะสูงกว่า 1 หมื่นคน]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540651</link>
<guid isPermaLink="false">271d64b93aa8eae10e4ffc337b7fd2b4</guid>
<pubDate>Thu, 10 Sep 2026 17:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(10 ก.ย. 69) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าทำให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุตสาหกรรมและการลงทุนยุคใหม่มากขึ้น โดยใช้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นกลไกช่วยให้ธุรกิจไทยลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กับการสร้างบุคลากรทักษะสูง เพื่อให้ธุรกิจไทยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และขยับขึ้นไปมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้น</p>

<p>เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน เห็นชอบสนับสนุนโครงการใหม่รวม 55 โครงการ แบ่งเป็นมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือ Business Transformation จำนวน 48 โครงการ และมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ หรือ Skill Bridge จำนวน 7 โครงการ</p>

<p>สำหรับมาตรการ Business Transformation รอบใหม่นี้ มีโครงการที่ได้รับความเห็นชอบ 48 โครงการ เงินลงทุนรวม 3,540 ล้านบาท และวงเงินสนับสนุน 1,663 ล้านบาท ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา การเพิ่มประสิทธิภาพกิจการด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การนำระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมสีเขียว โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้ผู้ประกอบการไทยมีเทคโนโลยีและประสิทธิภาพเพียงพอที่จะเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต</p>

<p>เมื่อรวมกับโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ มาตรการ Business Transformation มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมแล้ว 66 โครงการ เงินลงทุนรวม 5,806 ล้านบาท วงเงินสนับสนุนรวม 2,796 ล้านบาท โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประเมินว่า โครงการทั้งหมดจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการประมาณ 3,900 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มการจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการภายในประเทศกว่า 7,100 ล้านบาทต่อปี สะท้อนว่าประโยชน์จากการลงทุนจะไม่ได้อยู่เฉพาะบริษัทที่ได้รับการส่งเสริม แต่จะเชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน ซัพพลายเออร์ และธุรกิจบริการของไทยในห่วงโซ่อุปทาน</p>

<p>นอกจากนี้ คาดว่าจะเกิดการจ้างงานทั้งระดับปฏิบัติการและงานทักษะสูงประมาณ 1,500 ตำแหน่ง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานไทยกว่า 3,800 ราย ช่วยเพิ่มโอกาสให้บริษัทไทยสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต เชื่อมต่อกับอุตสาหกรรมใหม่ และเข้าไปอยู่ในส่วนของห่วงโซ่อุปทานที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น</p>

<p>ขณะเดียวกัน รัฐบาลเร่งเตรียม &ldquo;คนไทย&rdquo; ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม โดยมาตรการ Skill Bridge รอบนี้ได้รับความเห็นชอบเพิ่มอีก 7 โครงการ วงเงินสนับสนุน 307 ล้านบาท มีแผนพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10,180 คน เมื่อรวมโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ มีโครงการภายใต้มาตรการ Skill Bridge แล้ว 42 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 2,029 ล้านบาท และมีแผนพัฒนาบุคลากรรวม 76,728 คน</p>

<p>โครงการพัฒนาบุคลากรจะต้องผ่านการพิจารณาทั้งด้านมาตรฐานหลักสูตร ความเชื่อมโยงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ความเชี่ยวชาญของผู้ฝึกอบรม และความพร้อมในการจัดฝึกอบรม เพื่อให้ทักษะที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมได้จริง และช่วยให้แรงงานไทยรองรับงานที่มีทักษะและมูลค่าสูงขึ้น</p>

<p>&ldquo;วันนี้โจทย์ของรัฐบาลไม่ใช่เพียงทำอย่างไรให้มีเงินลงทุนเข้าประเทศมากขึ้น แต่ต้องทำอย่างไรให้การลงทุนเหล่านั้นสร้างโอกาสให้ธุรกิจไทยและคนไทยมากขึ้นด้วย เราจึงต้องเร่งยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึง AI ระบบอัตโนมัติ งานวิจัยและเทคโนโลยีใหม่ พร้อมสร้างคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม เพื่อให้เมื่ออุตสาหกรรมใหม่เติบโตในประเทศไทย ธุรกิจไทยสามารถเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานและรับประโยชน์จากการเติบโตนั้นได้มากขึ้น&rdquo; นางสาวลลิดา กล่าว</p>

<p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากรวมทั้งมาตรการ Business Transformation และ Skill Bridge ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมสะสมแล้ว 108 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 4,825 ล้านบาท โดย 55 โครงการเป็นโครงการใหม่ที่ได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ส่วน 108 โครงการเป็นยอดสะสมรวมโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้</p>

<p>รัฐบาลมุ่งให้การส่งเสริมการลงทุนเดินไปพร้อมกับการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งการยกระดับเทคโนโลยีของบริษัทไทย การพัฒนากำลังคน การเพิ่มการจัดซื้อในประเทศ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงฐานรองรับเงินลงทุน แต่มีผู้ประกอบการและบุคลากรไทยที่สามารถเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มไปพร้อมกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/20260910791e0849b4c58624005eb870d1a25c79173702.jpg' type='image/jpg' length='100331' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดอบรมยุทธศาสตร์ป้องกันยาเสพติด เดินหน้าสร้างเครือข่ายเข้มแข็งให้ครอบคลุมทุกอำเภอ]]></title>
<link>https://chiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540649</link>
<guid isPermaLink="false">bd83fd29c61e0b2b75a0ca7c06cbfdf4</guid>
<pubDate>Thu, 10 Sep 2026 17:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (9 ก.ย. 69) นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงราย (ศอ.ปส.จ.ชร.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอบรมให้ความรู้ตามแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จังหวัดเชียงราย รุ่นที่ 3 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมี นายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอเชียงแสน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้เข้าร่วมการอบรม ร่วมกิจกรรม</p>

<p>จังหวัดเชียงราย โดย ศอ.ปส.จ.ชร. ดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานด้านการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<p>สำหรับการอบรมกำหนดจัดขึ้นครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอ แบ่งเป็น 5 รุ่น รุ่นละ 220 คน รวมผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 1,100 คน ระหว่างวันที่ 7&ndash;11 กันยายน 2569 โดยจัดอบรมในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่จัน อำเภอเชียงแสน อำเภอเทิง และอำเภอแม่สรวย</p>

<p>การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดทั้งภายในและต่างประเทศ แผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด บทบาทของกระบวนการยุติธรรม แนวทางการบำบัดรักษาผู้เสพผู้ติดยาเสพติด ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยของบุหรี่ไฟฟ้าและพืชกระท่อม</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีการเสริมสร้างความรู้ด้านกลไกการดำเนินงานหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนเพื่อเอาชนะยาเสพติด รวมถึงแนวทางการดำเนินงานศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และร่วมกันสร้างเครือข่ายป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>ทั้งนี้ จังหวัดเชียงรายมุ่งมั่นขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างบูรณาการ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ปลอดภัย และก้าวสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://chiangrai.prd.go.th/th/file/get/file/202609109d68276d385f294063efb456e66b178c173447.jpg' type='image/jpg' length='202521' />
</item>
</channel>
</rss>
