นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชม การแก้ปัญหาไฟป่าโดยใช้เทคโนโลยี โดรนดับไฟ และการทำแนวป่าเปียกป้องกันไฟป่า พร้อมยืนยันรัฐบาลจะใช้ทุกวิธีการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่า
ที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย คณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสุชาติ ชมกลิ่ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงพื้นที่ เพื่อติดตามการดำเนินการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ
นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมการสาธิตนวัตกรรมโดรนดับไฟป่า และชมการสาธิตการใช้โดรนทิ้งน้ำดับไฟ และร่วมกับนักเรียนปั้นดินใส่เมล็ดพันธุ์เพื่อใช้ในการฟื้นฟูป่าที่เสียหายจากเหตุไฟป่า รวมถึงร่วมติดตาม การแก้ปัญหาไฟป่า ตามแนวคิดป่าเปียก หรือ Wet Fire Break ซึ่งเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดินผ่านคลองไส้ไก่ เพื่อป้องกันปัญหาไฟป่า ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการ สร้างแนวป่าเปียก บริเวณวัดพระธาตุดอยสะเก็ด, ศูนย์พุทธธรรมหนองฮ่อ ,วัดพระบาทตีนนก, อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า และโครงการระบบกักเก็บน้ำในถ้ำห้วยลึก โดยใช้น้ำรวมกว่า 73,339,000 ลิตร
หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะรัฐมนตรี ได้ เข้ากราบสักการะรอยพระพุทธบาท และ กราบสักการะพระราชโพธิวรคุณ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสะเก็ด เพื่อความเป็นสิริมงคล
จากนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้นำคณะรัฐมนตรี พบปะ และมอบสิ่งของให้แก่ตัวแทนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน กว่า 500 คน ที่อาคารศรีศุภอักษร โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ขอกราบขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานเป็นด่านหน้าในการแก้ปัญหาไฟป่า ซึ่งเป็นงานที่ท้าทาย และเสี่ยงอันตราย รวมถึงต้องทำงานแข่งกับเวลา โดยขอยืนยันว่ารัฐบาลมองเห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกคน และจะพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ได้สั่งการในส่วนราชการต่าง ๆ ดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่า ฝุ่นละออง และลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลจะเน้นการป้องกันการเกิดไฟเป็นหลัก และจะใช้ทุกวิถีทาง เพื่อแก้ปัญหานี้ทั้งวิถีชุมชน และเทคโนโลยีระดับสูง
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ให้อำนาจกับผู้ว่าราชการจังหวัดในการปฏิบัติงานเพื่อแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน อย่างเต็มที่ และ ขอให้ เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ระมัดระวัง เน้นความปลอดภัยต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก