วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่โรงเรียนแม่จันวิทยาคม ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหา อุปสรรค รวมถึงข้อเสนอแนะจากผู้บริหารและคณะครูของโรงเรียนแม่จันวิทยาคม โรงเรียนแม่ลากเนินทอง และโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม เพื่อนำข้อมูลจากพื้นที่จริงไปต่อยอดพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ตอบโจทย์บริบทของแต่ละพื้นที่
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอำเภอแม่จัน ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้ข้อมูลและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสถานศึกษา
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการ “ลดภาระครู” อย่างจริงจัง เพื่อให้ครูมีเวลาในการดูแลและพัฒนาผู้เรียนมากขึ้น โดยในช่วง 2 สัปดาห์นี้ จะมีการพิจารณาทบทวนโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ เน้นเฉพาะโครงการที่เกิดประโยชน์ สามารถบูรณาการได้จริง และลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน
นอกจากนี้ ยังได้ฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เนื่องจากแต่ละจังหวัดมีบริบทแตกต่างกัน โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายที่มีปัญหาเรื่องบัตรสีชมพูและตัว G ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะเร่งผลักดันให้เกิดความชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น
และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่าจะ เร่งตรวจสอบว่าโครงการของโรงเรียนที่เสนอของบประมาณไปและจะผลักดันให้เกิดการดำเนินงานโดยเร็วที่สุด
ด้านโรงเรียนแม่จันวิทยาคม ได้สะท้อนปัญหาและความต้องการสำคัญหลายด้าน ทั้งภาระค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มสูงขึ้นตามขนาดของโรงเรียน การขาดแคลนบุคลากรสายสนับสนุน ความปลอดภัยด้านอาคารสถานที่ ปัญหาโรงอาหารที่ทรุดโทรมและไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน รวมถึงบ้านพักครูที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30 ปี และไม่เพียงพอต่อบุคลากร
นอกจากนี้ โรงเรียนยังเสนอแนวทางปรับปรุงข้อมูลระบบ Zero Drop Out ให้ตรงกับข้อเท็จจริง หลังพบว่านักเรียนบางรายที่อยู่ในระบบยังคงศึกษาอยู่ตามปกติ รวมถึงเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการสนับสนุนการสอบวัดระดับภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาจีน ฝรั่งเศส และเกาหลี เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าถึงการสอบมาตรฐานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเพิ่มศักยภาพในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต อีกทั้ง ยังเสนอให้มีการสนับสนุนและต่อยอดการแข่งขันกีฬาของนักเรียนไปสู่ระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในทุกมิติ
ขณะที่โรงเรียนแม่ลากเนินทอง ได้นำเสนอปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เริ่มชำรุด รวมถึงความต้องการปรับปรุงระบบน้ำดื่มให้เพียงพอและปลอดภัยสำหรับนักเรียน ตลอดจนปัญหาขาดแคลนบุคลากรธุรการประจำโรงเรียน โรงเรียนยังใช้ระบบ DLTV เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่ พร้อมดูแลนักเรียนกลุ่มพิเศษ ได้แก่ นักเรียนพิการเรียนร่วม นักเรียนบกพร่องทางการเรียนรู้ และนักเรียนออทิสติก รวมถึงมุ่งส่งเสริมทักษะอาชีพและทักษะชีวิตที่จำเป็นในอนาคต
ขณะเดียวกัน โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้านบุคลากร โดยขอรับการสนับสนุนตำแหน่งด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ โดยเฉพาะโรงเรียนที่เป็นหน่วยเบิก รวมถึงบุคลากรนักการภารโรง และมาตรการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจของกระทรวงศึกษาธิการในการรับฟังเสียงจากพื้นที่จริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด ทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี คุณภาพชีวิตครู และการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนอย่างทั่วถึงและยั่งยืนต่อไป