วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การกัดเซาะตลิ่ง และแนวป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เสี่ยงริมลำน้ำสาย เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ฤดูฝน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ตรวจติดตามจุดสำคัญหลายแห่ง ทั้งชุมชนสายลมจอย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 และชุมชนเกาะทราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำหลากและการกัดเซาะต่อเนื่อง โดยมีนายอำเภอแม่สาย ผู้แทนหน่วยงานทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น และทหาร ร่วมบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด
เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ขณะนี้มีความน่าห่วงในบางจุด เนื่องจากได้รับรายงานว่าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมีการก่อสร้างกำแพงที่สูงกว่าฝั่งไทย ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางน้ำในช่วงฤดูฝน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานในพื้นที่ร่วมกับทหารได้เร่งแก้ไขปัญหาระยะสั้นทันที โดยเริ่มปรับปรุงจุดอ่อนและเสริมแนวป้องกันแล้ว
พร้อมกันนี้ ยังได้เตรียมนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้ามาช่วยพัฒนาแนวป้องกันให้มีความแข็งแรงและใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น ด้วยการนำซีเมนต์มาผสมกับดินเพื่อเสริมความมั่นคงของโครงสร้าง ลดปัญหาความเสียหายของ Big Bag ในระยะยาว โดยทหารช่างยังคงเดินหน้าปรับปรุงพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อให้ทันก่อนฝนตกหนัก
จากนั้น ช่วงบ่าย นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยอำเภอแม่สาย ร่วมกับ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอำเภอแม่สาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ศูนย์บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ (OSS) ที่ว่าการอำเภอแม่สาย เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ชุมชนตลาดสายลมจอย รวมถึงติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ สทนช.ติดตามอย่างใกล้ชิด คือความมั่นใจด้านน้ำประปา โดยการประปามีแผนย้ายฐานการผลิตน้ำ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมถึงเร่งประสานการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำและกีดขวางทางน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงน้ำท่วมในระยะยาว
ด้านระบบเตือนภัย ปัจจุบันระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ยังสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ช่วยให้ประชาชนมีเวลาอพยพ เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน และลดความสูญเสียได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแผนติดตั้งระบบเตือนภัยเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังในอนาคต
นอกจากนี้ สทนช.ยังติดตามสถานการณ์สภาพอากาศและปริมาณฝนอย่างใกล้ชิดทุกวัน พร้อมบูรณาการข้อมูลร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ คาดการณ์ และแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว โดยหากพบแนวโน้มฝนตกหนัก จะมีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวันทันที เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของ สทนช. ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแม่สายอย่างจริงจัง ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสร้างความปลอดภัย ลดความเสียหาย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตในช่วงฤดูฝนได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น