เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 16.30 น. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. พร้อมด้วย นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจให้เช่ารถยนต์ ณ ร้านรถเช่าหาดใหญ่-ลานโพธิ์ จังหวัดสงขลา ซึ่งตั้งอยู่ก่อนถึงท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ประมาณ 200 เมตร และมีบริการรับส่งสนามบินฟรี โดยบูรณาการกับสำนักงานจังหวัดสงขลา สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบการจัดทำสัญญา เอกสารประจำรถ การประกันภัย และสภาพความพร้อมใช้งานของยานพาหนะ
นางสาวศุภมาสกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกมิติ โดยเน้นการทำงานเชิงรุกตามแนวทาง “ป้องกันก่อนเกิดปัญหา” ประกอบกับช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันชาติของมาเลเซีย มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาพักผ่อนในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดสงขลาเป็นจำนวนมาก ธุรกิจให้เช่ารถจึงเป็นบริการที่ต้องได้รับการกำกับดูแลทั้งด้านความปลอดภัย ความพร้อมของรถ และความเป็นธรรมของสัญญา
“รัฐบาลต้องการให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้รับบริการที่ปลอดภัย ราคาและเงื่อนไขชัดเจน ตรวจสอบได้ ผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องจะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้บริการ ส่วนผู้ประกอบการที่ใช้สัญญาเอาเปรียบผู้บริโภค นำรถชำรุดหรือไม่พร้อมใช้งานมาให้เช่า หรือยึดเงินประกันโดยไม่มีเหตุอันควร จะต้องถูกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย” นางสาวศุภมาสกล่าว
ข้อมูล ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2569 ระบุว่า สำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดสงขลายังไม่ได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับการเช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในจังหวัด การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อรักษามาตรฐาน ป้องกันข้อพิพาท และสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการก่อนเกิดความเสียหาย
การตรวจครั้งนี้ครอบคลุมการจัดทำสัญญาเช่า การส่งมอบคู่ฉบับสัญญา เงื่อนไขค่าเช่าและเงินประกัน รายละเอียดและสภาพรถ เอกสารประจำรถ การชำระภาษี และการจัดทำประกันภัย โดยแต่ละหน่วยงานตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ พร้อมนำสัญญาที่ผู้ประกอบการใช้จริงมาตรวจเทียบกับแบบสัญญามาตรฐาน หากพบข้อสัญญาที่ไม่เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สคบ. จะรวบรวมข้อเท็จจริง เรียกผู้ประกอบธุรกิจมาให้ถ้อยคำ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 กำหนดให้สัญญาต้องเป็นภาษาไทย ตัวอักษรอ่านได้ชัดเจน และมีสาระสำคัญตามแบบสัญญามาตรฐาน กรณีจัดทำสัญญาเป็นเอกสาร ต้องจัดทำสองฉบับที่มีข้อความถูกต้องตรงกัน และส่งมอบให้ผู้บริโภคหนึ่งฉบับทันทีหลังลงนาม ส่วนการเช่าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และต้องส่งมอบสัญญาที่ตกลงกันให้ผู้บริโภค
สัญญาต้องระบุรายละเอียดรถ ระยะเวลาเช่า สถานที่ส่งมอบและคืนรถ ค่าเช่า วิธีชำระเงิน จำนวนเงินประกัน อัตราค่าปรับกรณีคืนรถล่าช้า ภาษี ประกันภัย และเงื่อนไขการจัดรถทดแทน หากรถไม่สามารถใช้งานได้จากอุบัติเหตุหรือการบำรุงรักษานานกว่าหนึ่งวัน ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดรถรุ่นเดียวกันหรือใกล้เคียงมาทดแทน เว้นแต่รถใช้ไม่ได้จากความผิดของผู้บริโภค
เมื่อผู้บริโภคคืนรถ ผู้ประกอบธุรกิจต้องตรวจสภาพรถและทักท้วงความเสียหายในขณะรับคืน หากรถไม่มีความเสียหายต้องคืนเงินประกันเต็มจำนวน หากมีความเสียหายจากผู้เช่า ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บได้เฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ต้องมีหลักฐานตรวจสอบได้ และต้องคืนเงินประกันส่วนที่เหลือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
สัญญาต้องไม่มีข้อกำหนดยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจ เปลี่ยนเงื่อนไขจนเพิ่มภาระแก่ผู้บริโภค บอกเลิกสัญญาหรือริบเงินประกันทั้งที่ผู้บริโภคไม่ได้ผิดเงื่อนไขสำคัญ รวมถึงให้สิทธิเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ส่งมอบสัญญาซึ่งมีข้อความและรูปแบบถูกต้องตามประกาศ มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้านนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ระบุว่า สคบ. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจแสดงสำเนาประกาศควบคุมสัญญาและแบบสัญญามาตรฐานไว้ ณ จุดให้บริการในตำแหน่งที่ผู้บริโภคมองเห็นได้ชัด เพื่อให้ตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขก่อนลงนาม พร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบธุรกิจให้เช่ารถทั้งรายใหญ่และรายย่อยในการจัดทำสัญญาให้ถูกต้อง ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในพื้นที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
นางสาวศุภมาสฝากถึงประชาชนว่า ก่อนรับรถควรอ่านสัญญาให้ครบถ้วน รับคู่ฉบับสัญญาทันที ตรวจสภาพรถและอุปกรณ์ ถ่ายภาพหรือวิดีโอรอบคัน บันทึกรอยเดิม ระดับน้ำมันหรือพลังงานแบตเตอรี่ รวมถึงตรวจสอบจำนวนเงินประกัน เงื่อนไขการหักเงิน และระยะเวลาคืนเงินให้ชัดเจน หากไม่ได้รับคู่ฉบับสัญญา พบข้อสัญญาไม่เป็นธรรม หรือถูกเอาเปรียบจากการใช้บริการ สามารถร้องทุกข์ผ่านสายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด