วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายและพิธีถวายดอกไม้จันทน์ภาคประชาชนตัวแทน งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนางสาวสุกัญญา เวศย์วรุตม์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงรายและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ และนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชนเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน
ภายในพิธี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นพระสงฆ์จำนวน 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการถวายเครื่องไทยธรรม ทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร และพระสงฆ์สดับปกรณ์ กรวดน้ำรับพร
ต่อมาเป็นพิธีถวายดอกไม้จันทน์ภาคประชาชนตัวแทน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายอำเภอทุกอำเภอ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและนายอำเภอทุกอำเภอ ยืนประจำจุดหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวคำอธิษฐานจิต น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขและยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย พร้อมน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายดอกไม้จันทน์ในนามประชาชนจังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมแสดงความอาลัยและน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย จากนั้นนายอำเภอร่วมถวายดอกไม้จันทน์ตามลำดับ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายกเหล่ากาชาจังหวัดเชียงราย ได้นำผู้เข้าร่วมพิธีร่วมทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล โดยมีพระสงฆ์จำนวน 40 รูป ออกรับบิณฑบาต
การจัดพิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย