สีหศักดิ์ เยือนอิตาลี-สเปน-โปรตุเกส กระชับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดันการค้า–ลงทุน FTA ไทย–EU เทคโนโลยีสะอาด เชื่อมโยงประชาชน

(24 ต.ค. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางเยือนสาธารณรัฐอิตาลี นครรัฐวาติกัน ราชอาณาจักรสเปน และสาธารณรัฐโปรตุเกส ระหว่างวันที่ 18–25 ตุลาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีและส่งเสริมความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน พร้อมระบุถึงเป้าหมายสำคัญของการเยือนว่า ต้องการให้ประเทศที่เดินทางเยือนเห็นว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญในอาเซียน โดยอาเซียนเป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่มีบทบาทในการส่งเสริมสันติภาพและเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ดังนั้น การหารือจึงไม่จำกัดเพียงความสัมพันธ์ทวิภาคี แต่เป็นการมองความสัมพันธ์ในระดับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และสร้างโอกาสใหม่ระหว่างไทยกับประเทศในยุโรป นอกจากนี้ไทยยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่าง EU กับอาเซียน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก โดยเฉพาะประเด็นการค้าเสรี ซึ่งไทยและ EU อยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ไทย–EU ฝ่ายไทยจึงขอรับการสนับสนุนจากประเทศที่เดินทางเยือนให้ช่วยขับเคลื่อนและผลักดันการเจรจา โดยนายสีหศักดิ์เห็นว่า หากได้รับแรงขับเคลื่อนทางการเมืองเพิ่มเติม จะช่วยให้การเจรจามีโอกาสบรรลุข้อตกลงได้ภายในปีนี้

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ได้เข้าเยี่ยมคารวะพระคาร์ดินัล ปิเอโตร พาโรลิน เลขาธิการสันตะสำนัก พร้อมด้วยอาร์ชบิชอป พอล ริชาร์ด แกลลาเกอร์ สมณมนตรีประจำสมณกระทรวงการต่างประเทศแห่ง

สันตะสำนัก ณ นครรัฐวาติกัน ในการนี้ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างไทยและวาติกันกว่า 350 ปี โดยเห็นว่าการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงมีบทบาทสำคัญต่อความสัมพันธ์ โดยเฉพาะการเสด็จพระราชดำเนินเยือนนครรัฐวาติกันของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อปี 2503 และการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิสในปี 2562

นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้ขอบคุณสันตะสำนักสำหรับความร่วมมือด้านมนุษยธรรม การสนับสนุนด้านการศึกษา และการให้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยผ่านโรงพยาบาลคาทอลิกหลายแห่ง ขณะที่ฝ่ายวาติกันชื่นชมความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเสรีภาพในการนับถือศาสนาของไทย พร้อมยินดีที่จะจัดทำความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและราชการระหว่างไทยกับวาติกัน และจะประสานงานกันต่อไป โดยทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความสำคัญของพหุภาคีนิยมและระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกติกา ตลอดจนแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน สถานการณ์ไทย–กัมพูชา และสถานการณ์ในเมียนมา โดยฝ่ายไทยได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการในประเทศไทย รวมถึงความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2026

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ และนายโฆเซ มานูเอล อัลบาเรส บูเอโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหภาพยุโรป และความร่วมมือของสเปน เป็นประธานร่วมการหารือ Political Consultations ไทย–สเปน ครั้งที่ 8 ณ กรุงมาดริด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยกระดับการหารือเป็นระดับรัฐมนตรี สะท้อนถึงความสำคัญที่ทั้งสองประเทศให้กับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน

ด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายหารือเรื่องการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง การเสริมสร้างความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงทางไซเบอร์ และการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์

ด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายเห็นศักยภาพในการขยายการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีทางการแพทย์ นาโนเทคโนโลยี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนสนับสนุนความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การวิจัยและนวัตกรรม การท่องเที่ยว และการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ–มาดริด ในส่วนของกรอบไทย–EU ฝ่ายไทยขอรับการสนับสนุนการผลักดันการเจรจา FTA ไทย–EU การส่งเสริมความร่วมมืออาเซียน–EU กระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ตลอดจนการผลักดันความร่วมมือเพื่อนำไปสู่การยกเว้นการตรวจลงตราในเขตเชงเกนสำหรับคนไทย และขอรับการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเสียงผู้สมัครไทยในเวทีระหว่างประเทศ

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนาม ความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางราชการไทย–สเปน และบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการกับโรงเรียนการทูตแห่งสเปน พร้อมสนับสนุนการจัดทำบันทึกความเข้าใจด้านโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งในอนาคต

โดยการเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยครั้งแรก

ในรอบ 16 ปี

นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ยังได้กล่าวปาฐกถาในพิธีเปิดการประชุม Spain–Thailand Forum ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “Innovation, Technology and Cooperation for a Shared Digital Future” ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหภาพยุโรป และความร่วมมือของสเปน ณ กระทรวงการต่างประเทศสเปน กรุงมาดริด พร้อมทั้งเน้นย้ำบทบาทของเวทีดังกล่าวในฐานะกลไก Track 1.5 ที่ต่อยอดจาก Political Consultations ไทย–สเปน ครั้งที่ 8 พร้อมยินดีต่อยุทธศาสตร์เอเชีย–แปซิฟิก ค.ศ. 2026–2029 ของสเปน

ซึ่งเปิดโอกาสให้ขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษา ทั้งนี้ ไทยและสเปนในฐานะประเทศขนาดกลางสามารถร่วมกันธำรงระเบียบระหว่างประเทศที่ยึดถือกฎเกณฑ์ สอดคล้องกับแนวคิด

“Act from the Middle” และนโยบายการทูต 2.0 ของไทย โดยเวทีดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากทั้งสองประเทศหารือลู่ทางความร่วมมือด้านความมั่นคงไซเบอร์และดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

พร้อมกันนี้ ยังได้หารือทางโทรศัพท์กับนายอันโตนิโอ ตายานี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี โดยฝ่ายไทยแสดงความขอบคุณรัฐบาลอิตาลีที่ได้ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์แห่งอิตาลี Order of Merit ชั้น Knight Grand Cross แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569

ทั้งสองฝ่ายย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับอิตาลี พร้อมหารือแนวทางยกระดับความสัมพันธ์สู่ หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) และเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ซึ่งยังมีศักยภาพขยายตัว โดยเฉพาะสาขาการแพทย์ เกษตรกรรม พลังงานสะอาด และดิจิทัล

ต่อมาในวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐโปรตุเกสอย่างเป็นทางการ และได้เข้าพบหารือกับ นายเปาลู รังเจล รัฐมนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของโปรตุเกส เพื่อกระชับความสัมพันธ์และแสวงหาโอกาสใหม่ในการขยายความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

นายสีหศักดิ์ ระบุว่า โปรตุเกสมีศักยภาพหลายด้านที่สามารถต่อยอดความร่วมมือกับไทยได้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจไปสู่ เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งโปรตุเกสมีความสามารถและเป็นประเทศชั้นนำด้านพลังงานสะอาด ขณะที่ประเทศไทยมีความต้องการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ รวมถึง Data Center นอกจากนี้ ฝ่ายโปรตุเกสยังให้ความสนใจต่อศักยภาพของภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำที่มีการลงทุนในต่างประเทศ ทั้งในอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมพลังงาน ซึ่งเป็นอีกโอกาสในการขยายการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยการเยือนโปรตุเกสเป็นประโยชน์ทั้งต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี ความสัมพันธ์ไทย–EU และ EU–อาเซียน และช่วยสะท้อนให้ประเทศในยุโรปเห็นถึง ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ตลอดจนเพิ่มโอกาสให้ไทยอยู่ในความสนใจของประเทศยุโรปมากขึ้น

ในโอกาสนี้ ไทยและโปรตุเกสได้ลงนามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูตและหนังสือเดินทางราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและส่งเสริมการติดต่อระหว่างกัน โดยนายสีหศักดิ์ย้ำว่า การเดินทางไปมาหาสู่กันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเพิ่มพูนการค้า การลงทุน และความร่วมมือระหว่างประเทศ สำหรับประชาชนทั่วไป ไทยยังขอรับการสนับสนุนจากโปรตุเกสและสเปนในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่เขตเชงเกน โดยนายสีหศักดิ์ระบุถึงพัฒนาการในเรื่อง Visa Cascade ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่เดินทางไปประเทศยุโรปบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจ สามารถขอรับการตรวจลงตราได้สะดวกยิ่งขึ้น

การเยือนยุโรปตอนใต้ครั้งนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการยกระดับความสัมพันธ์ของไทยจากความร่วมมือทวิภาคีไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ พร้อมเชื่อมโยงบทบาทของไทยในฐานะสมาชิกสำคัญของอาเซียนเข้ากับความสัมพันธ์อาเซียน–EU ในมิติเศรษฐกิจ การผลักดัน FTA ไทย–EU และการขยายความร่วมมือในสาขาพลังงานสะอาด ดิจิทัล เทคโนโลยีทางการแพทย์ โครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม จะช่วยเพิ่มโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของไทยไปสู่อุตสาหกรรมอนาคต ด้านการเดินทางและความสัมพันธ์ระดับประชาชน การลงนามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรากับสเปนและโปรตุเกส การผลักดันเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–มาดริด ตลอดจนการสนับสนุนการอำนวยความสะดวกด้านเชงเกนและ Visa Cascade จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง ติดต่อธุรกิจ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านไซเบอร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และพหุภาคีนิยม จะช่วยเพิ่มเครือข่ายความร่วมมือและบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ตลอดจนสนับสนุนการรักษาระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกติกาและการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศขนาดกลาง


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar