ครม. เคาะปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน “B20-E20” 3 เดือน ลดภาระค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการใช้พลังงานทางเลือกจากผลิตผลทางการเกษตร

(27 ต.ค. 69) นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบทาง

ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อมาระยะหนึ่ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นและค่อนข้างผันผวน รัฐบาลจึงมีนโยบายดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยคำนึงถึงการส่งเสริมมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลประเภท B20 จาก 5.953 บาทต่อลิตร เหลือ 0.431 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ประเภท E20 จาก 6 บาทต่อลิตร

เหลือ 0.358 บาทต่อลิตร โดยมีระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 27 มกราคม 2570

ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้กระทรวงพลังงานพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาพลังงานในระยะยาว

นายพรชัย กล่าวว่า โดยปกติรัฐบาลจะใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระในการชดเชยจำนวนมากจึงต้องใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และเพื่อเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลัง จึงเลือกปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตเฉพาะน้ำมันบางประเภทที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีการอุดหนุนในอัตราที่สูง

โดยกำหนดระยะเวลาของมาตรการเพียง 3 เดือน มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ลดต้นทุนในภาคการขนส่งและภาคธุรกิจ และสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรไทย

ทั้งปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตพลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อมิติด้านสิ่งแวดล้อม จึงยังคงสัดส่วนอัตราภาษีตามกลไกราคาคาร์บอน

ที่ได้กำหนดราคาคาร์บอน “200 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า” ไว้ตามเดิม และปรับลดอัตราภาษีในสัดส่วนของภาษีสรรพสามิตลงทั้งหมด

การปรับโครงสร้างภาษีในลักษณะดังกล่าว เป็นการบูรณาการมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างสมดุล ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ยังเป็นการรักษามาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างต่อเนื่อง และกระตุ้นให้ภาคธุรกิจและประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การใช้พลังงานทางเลือกจากผลิตผลทางการเกษตร เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

ขณะที่นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การลดภาษีครั้งนี้ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมัน E20 และ B20 มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าเกษตร และเป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตร พร้อมลดต้นทุนด้านน้ำมัน อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะดำเนินการเบื้องต้น 3 เดือน ก่อนประเมินผลอีกครั้ง พร้อมย้ำว่า การลดภาษีครั้งนี้ครอบคลุมเฉพาะน้ำมัน E20 และ B20 เท่านั้น ไม่ใช่การลดภาษีน้ำมันทุกชนิด

ภายหลังมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้ประชุมและมีมติเห็นชอบปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ ประเภทน้ำมันดีเซล B20 ชดเชยลดลง 2.58 บาทต่อลิตร เป็น 5.86 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกเป็น 33.50 บาทต่อลิตร (จากเดิม ดีเซล B20 ราคา 37.19 บาท) และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ชดเชยลดลง 3.75 บาทต่อลิตร เป็น 2.08 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกเป็น 33.50 บาทต่อลิตร (จากเดิม

แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาท) ส่วนน้ำมันประเภทอื่นราคาคงเดิม มีผลวันที่ 28 ตุลาคม 2569


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar