วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังแรก) อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และสร้างสรรค์บนฐานทรัพยากรชุมชนคุณค่าสูง กิจกรรม "เปลี่ยนเมืองเป็นเรื่องราว" (Chiang Rai Foxtrail) โดยมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ผู้บริหาร สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์จังหวัดน่าน สุโขทัย สุพรรณบุรี ตลอดจนสื่อมวลชนและประชาชน เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก
สำหรับศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังแรก) ถือเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลก่ออิฐถือปูน 3 ชั้น ที่มีอายุกว่า 120 ปี ออกแบบและก่อสร้างโดยนายแพทย์วิลเลียม เอ. บริกส์ แพทย์ชาวอเมริกัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. 2530 และต่อมาในปี พ.ศ. 2545 อบจ.เชียงราย ได้เข้ามาดูแลจัดทำเป็น "พิพิธภัณฑ์ภาพเชียงราย" อย่างไรก็ดี เนื่องจากอาคารชำรุดเสื่อมโทรมตามกาลเวลา จึงได้ปิดบริการชั่วคราวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 และได้รับการร่วมมือบูรณะซ่อมแซมใหญ่ตามหลักวิชาการอนุรักษ์โดยกรมศิลปากร (สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่) อบจ.เชียงราย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย และธนารักษ์พื้นที่เชียงราย จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกรกฎาคม 2569
การจัดกิจกรรม "เปลี่ยนเมืองเป็นเรื่องราว" (Chiang Rai Foxtrail) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.30 – 21.00 น. มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ
• กิจกรรมปลุกประวัติศาสตร์ 3 ยุคสมัย
• นิทรรศการเชียงราย 3 ยุค และนิทรรศการเชื่อมโยงภาคีเครือข่าย
• กิจกรรมแต่งกายย้อนยุค สัมผัสบรรยากาศประวัติศาสตร์
• การเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์
• ตลาดเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์
• กิจกรรมไขเส้นทางปริศนาของเมือง
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การอนุรักษ์ที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมอาคาร แต่คือการ "คืนชีวิต" ให้แก่อาคาร และส่งต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์แก่คนรุ่นใหม่ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ การเปิดอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงราย (หลังแรก) ในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และทำให้โบราณสถานแห่งนี้กลายเป็นหมุดหมายทางการท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าอย่างยั่งยืน