วันที่ 2 พ.ย. 69 นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจและออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ ณ ห้องประชุมต้นไทร โรงแรมคงการ์เด้นท์ วิว รีสอร์ท จังหวัดเชียงราย โดยมีผู้แทนกรมทรัพยากรน้ำ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้เชี่ยวชาญ และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมประชุม
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า หนองหลวงเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อจังหวัดเชียงราย ทั้งในด้านการกักเก็บน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร เป็นแหล่งประมง แหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นพื้นที่สำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพและวิถีชีวิตของประชาชนโดยรอบ แต่ปัจจุบันกำลังเผชิญปัญหาการตื้นเขิน การแพร่กระจายของวัชพืช และความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ จึงจำเป็นต้องมีแนวทางอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืน
สำหรับโครงการดังกล่าว กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการศึกษาตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2569 โดยใช้ระยะเวลาศึกษา 300 วัน ครอบคลุมการสำรวจข้อมูลด้านกายภาพ ระบบนิเวศ เศรษฐกิจ สังคม และการใช้ประโยชน์พื้นที่ รวมถึงการวิเคราะห์ปัญหาและศึกษาความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปจัดทำแผนแม่บทการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ สำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการ ตลอดจนจัดทำคู่มือบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวงตามแนวคิดการใช้ประโยชน์พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด (Wise Use of Wetlands)
การประชุมปัจฉิมนิเทศครั้งนี้ เป็นเวทีนำเสนอและสรุปผลการศึกษา แผนแม่บท รูปแบบการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ การออกแบบรายละเอียด ตลอดจนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและแนวทางบริหารจัดการ พร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานและประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อแนะนำ เพื่อนำไปปรับปรุงผลการศึกษาให้ครบถ้วน สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการของชุมชน
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการอนุรักษ์และฟื้นฟูหนองหลวงอย่างเป็นระบบ มุ่งรักษาคุณค่าของแหล่งน้ำธรรมชาติ ฟื้นคืนความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการใช้ประโยชน์ของประชาชน เพื่อให้หนองหลวงเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อชาวเชียงรายอย่างยั่งยืน