AI CARE เผยผลตรวจปลาแม่น้ำกก เนื้อปลาส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์สามารถบริโภคได้โดยปรุงให้สุกอย่างทั่วถึง และหลีกเลี่ยงการบริโภคไส้และเครื่องในปลา

👉AI CARE (ไอแคร์) Research Cluster เปิดเผยผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพสัตว์น้ำในลุ่มแม่น้ำกก จากการเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 พบว่า เนื้อปลาส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สามารถนำมาประกอบอาหารรับประทานได้ โดยต้องปรุงให้สุกอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ตาม ยังพบการปนเปื้อนโลหะหนัก โดยเฉพาะสารตะกั่วและสารหนูในไส้ปลาและเครื่องในสัตว์น้ำบางพื้นที่ จึงขอเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคส่วนดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ

✍️รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจฐานข้อมูล และระบบดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) และอาจารย์ศรัณย์พร เกิดเกาะ อาจารย์ประจำสาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยว่า จากการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างสะสมทั้งหมด 259 ตัวอย่าง ประกอบด้วย เนื้อปลา 127 ตัวอย่าง ไส้ปลา 125 ตัวอย่าง และหอยกับปู 7 ตัวอย่าง พบผลการตรวจที่สำคัญ ดังนี้

🐟จากตัวอย่างเนื้อปลา 127 ตัวอย่าง พบว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 126 ตัวอย่าง โดยไม่พบสารปรอท (Hg) เกินค่ามาตรฐาน สำหรับเนื้อปลา 1 ตัวอย่างที่เคยตรวจพบสารตะกั่ว (Pb) เกินเกณฑ์นั้น เป็นผลจากการตรวจเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ไม่ใช่ผลการตรวจล่าสุด ส่วนการตรวจในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งครอบคลุมช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาด้วย พบว่าเนื้อปลาทุกตัวอย่างมีปริมาณโลหะหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่มีตัวอย่างใดเกินค่ามาตรฐานเลย สะท้อนให้เห็นว่าเนื้อปลาส่วนใหญ่ยังอยู่ในกลุ่มที่สามารถบริโภคได้ ทั้งนี้ ควรเลือกเฉพาะเนื้อปลาและปรุงให้สุกก่อนรับประทานทุกครั้ง ส่วนตัวอย่างไส้ปลา 13 ตัวอย่าง พบสารตะกั่วเกินค่ามาตรฐาน 5 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 38.5 จึงจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค

และจากตัวอย่างไส้ปลาในจังหวัดเชียงราย 112 ตัวอย่าง พบสารตะกั่วเกินค่ามาตรฐาน 26 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 23.2 โดยพบค่าสูงสุด 9.85 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือสูงกว่าค่ามาตรฐานประมาณ 32.8 เท่า นอกจากนี้ ยังพบสารหนู (As) เกินค่ามาตรฐาน 7 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 6.3 โดยมีค่าสูงสุด 9.03 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือสูงกว่าค่ามาตรฐานประมาณ 4.5 เท่า จัดอยู่ในกลุ่มที่ควรงดบริโภคไส้ปลาเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการได้รับสารโลหะหนักเข้าสู่ร่างกาย

🦀สำหรับตัวอย่างหอยและปูในจังหวัดเชียงราย จำนวน 7 ตัวอย่าง พบหอยขม 1 ตัวอย่างมีสารหนูเกินค่ามาตรฐานประมาณ 1.2 เท่า จึงควรเฝ้าระวังและหลีกเลี่ยงการบริโภคสัตว์น้ำจากบริเวณที่ตรวจพบการปนเปื้อน

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาผลตรวจไส้ปลาแยกตามจุดเก็บตัวอย่าง พบตัวอย่างที่มีสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานรวม 32 จาก 125 ตัวอย่าง กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของลุ่มแม่น้ำกก ทั้งจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย แสดงให้เห็นว่ายังคงต้องติดตามเฝ้าระวังคุณภาพสัตว์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

👉สำหรับการบริโภคปลาในชีวิตประจำวัน ประชาชนยังสามารถเลือกรับประทานเนื้อปลาได้ตามผลการตรวจ แต่ควรเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

1.เลือกบริโภคเฉพาะเนื้อปลา เช่น ปลานึ่ง ปลาเผา และอาหารที่ใช้เนื้อปลาปรุงสุก

2.เมนูลาบปลา ต้องปรุงให้สุกทั่วถึง หลีกเลี่ยงลาบปลาดิบ

3.การทำน้ำพริกปลาและแจ่วปลา ควรใช้เฉพาะเนื้อปลา โดยนำไส้และเครื่องในออกก่อนปรุง

4.หลีกเลี่ยงการบริโภคไส้ปลาและเครื่องในปลา และ

5.หลีกเลี่ยงการบริโภคหอยขมจากจุดที่ตรวจพบการปนเปื้อน (บ้านสบรวก) ข้อมูลกรมประมงพบสารหนูเกินเกณฑ์ ควรเลี่ยงไว้ก่อน

6.สำหรับปลาจ่อม ปลาแดก หรือปลาร้าที่ใช้ปลาขนาดเล็กทั้งตัว ควักไส้ออกก่อนนำไปปรุงอาหารทุกครั้ง

7.หลีกเลี่ยงการรับประทานปลาดิบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากพยาธิและเชื้อโรค

ทั้งนี้ การคาดการณ์ความเสี่ยงระหว่างวันที่ 1–30 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า เนื้อปลายังอยู่ในกลุ่มที่สามารถบริโภคได้ตามผลการตรวจตัวอย่าง ขณะที่ไส้ปลาจังหวัดเชียงรายอยู่ในกลุ่มควรงดบริโภค ส่วนไส้ปลาจังหวัดเชียงใหม่อยู่ในกลุ่มที่ต้องยุติการบริโภคหรือจำหน่ายตามระดับความเสี่ยงที่รายงานกำหนด

จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกก รวมถึงผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้จำหน่ายสัตว์น้ำ ให้ความสำคัญกับการเลือกวัตถุดิบและการประกอบอาหาร โดยหลีกเลี่ยงการนำไส้ปลาและเครื่องในสัตว์น้ำที่มีความเสี่ยงมาบริโภคหรือจำหน่าย พร้อมติดตามผลการตรวจสอบคุณภาพสัตว์น้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงจากการได้รับสารโลหะหนักและสร้างความปลอดภัยด้านอาหารให้แก่ประชาชน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar