เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมกลุ่มย่อยคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพน้ำแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องพญาพิภักดิ์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการปนเปื้อนโลหะหนักในแหล่งน้ำและพื้นที่การเกษตร
ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการดำเนินงานด้านวิชาการและการติดตามสถานการณ์อย่างเป็นระบบ โดยครอบคลุมการตรวจวัดตะกอนในแม่น้ำ การวางแผนตรวจวัดสารปนเปื้อนในพื้นที่เกษตร การกำหนดแปลงสำรวจและเก็บข้อมูลจากดินและพืชผัก การจัดทำแปลงสาธิตปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อเปรียบเทียบและฟื้นฟูพื้นที่เกษตร รวมถึงการวางระบบจัดเก็บข้อมูลด้านสุขภาพของประชาชน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการติดตามผลกระทบในระยะยาว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการขุดลอกตะกอนดินในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ซึ่งดำเนินการโดยกรมเจ้าท่า กรมชลประทาน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย หน่วยทหารช่าง กองทัพบก กองทัพภาคที่ 3 และจังหวัดเชียงราย เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับฤดูน้ำหลาก ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม
กรมควบคุมมลพิษได้จัดทำคำแนะนำในการบริหารจัดการตะกอนดินจากการขุดลอก เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของสารหนูที่อาจปนเปื้อนในตะกอน โดยกำหนดแนวทางจัดการในแต่ละพื้นที่ ได้แก่ ตะกอนจากแม่น้ำกกจะนำไปพักในจุดที่กำหนดก่อนขนย้ายไปยังพื้นที่ทิ้งดินที่จัดเตรียมไว้ ตะกอนจากแม่น้ำสายจะบรรจุถุง Big Bag เพื่อนำไปใช้เป็นแนวป้องกันน้ำท่วม ส่วนตะกอนจากแม่น้ำรวกจะนำไปบดอัดสร้างคันดินริมตลิ่ง
สำหรับประเด็นความกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อนของสารหนู กรมควบคุมมลพิษประเมินว่า ความเสี่ยงต่อคนงานและเจ้าหน้าที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากระยะเวลาปฏิบัติงานไม่นาน และโอกาสรับสัมผัสสารหนูผ่านการสูดดมหรือการรับประทานมีน้อย อย่างไรก็ตาม ได้แนะนำให้เร่งดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมใช้มาตรการลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น เช่น การฉีดพรมน้ำและการคลุมกองตะกอนด้วยวัสดุพลาสติก เพื่อลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่
จังหวัดเชียงรายยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ควบคู่กับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่การเกษตรให้เกิดความปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป