วันนี้ (23 ตุลาคม 2569) นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีทำบุญศาลากลางหลังแรก ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บริเวณศาลากลางหลังแรก จังหวัดเชียงราย โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และบุคลากรองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมพิธี เพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมรำลึกถึงคุณค่าความสำคัญของสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้
จากอาคารราชการเก่าแก่ สู่มรดกทางประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก เป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2443 นับเป็นสถานที่สำคัญที่สะท้อนพัฒนาการด้านการปกครองและความเจริญของบ้านเมืองเชียงรายในอดีต ผ่านกาลเวลามายาวนานกว่าศตวรรษ อาคารแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ แต่ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมือง ผู้คน และการเปลี่ยนแปลงของจังหวัดเชียงรายในแต่ละยุคสมัย
การบูรณะและอนุรักษ์ศาลากลางหลังแรกในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษามรดกทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของจังหวัดให้คงอยู่ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการบูรณะอนุรักษ์อาคาร ให้คงคุณค่าและเอกลักษณ์ดั้งเดิม พร้อมต่อยอดการใช้ประโยชน์ให้เกิดคุณค่าต่อสังคมในระยะยาว
พลิกโฉมพื้นที่ประวัติศาสตร์ สู่ศูนย์การเรียนรู้คู่เมืองเชียงราย ภายหลังการบูรณะอนุรักษ์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายมีแผนพัฒนาศาลากลางหลังแรกให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัด เปิดโอกาสให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจ ได้เข้ามาศึกษาค้นคว้าและสัมผัสเรื่องราวความเป็นมาของเชียงรายจากสถานที่จริง
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่าง ๆ เข้ามาจัดนิทรรศการและกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ เพื่อร่วมถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่าของจังหวัด ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
การอนุรักษ์ศาลากลางหลังแรกจึงไม่ใช่เพียงการรักษาอาคารเก่าแก่ให้คงอยู่ตามกาลเวลา แต่เป็นการรักษาความทรงจำและอัตลักษณ์ของเมืองเชียงราย พร้อมเปลี่ยนพื้นที่ประวัติศาสตร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน และส่งต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจในบ้านเกิดของตนเองอย่างยั่งยืน